คลังเก็บผู้เขียน: pui

การล้างหน้าตามแนวขนคืออะไร

การล้างหน้านั้น ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ในกระบวนการดูแลผิวหน้าของเรา

เพราะถ้าหากทำได้ไม่ดีพอ สิ่งที่ตามมานั้น อาจสร้างปัญหาให้ปวดหัวได้ไม่น้อยเลย

โดยเฉพาะกับผู้ที่แต่งหน้าเป็นประจำ ซึ่งต้องใช้เครื่องสำอางเป็นจำนวนไม่น้อยเลยในแต่ละวัน

ซึ่งการล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี หรือล้างไม่สะอาด อาจทำให้เกิดปัญหาสิว หรือริ้วรอยต่างๆ ตามมาได้

ตามความเข้าใจของคนทั่วไป อาจจะคิดว่าการล้างหน้านั้น

เพียงแค่ใช้เจลล้างหน้า หรือโฟมล้างหน้า มาถูนวดให้ทั่วใบหน้า

แล้วใช้น้ำล้างออกให้หมด แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

แต่ในความเป็นจริง มีวิธีการล้างหน้าวิธีหนึ่ง ที่เรียกกันว่า “ล้างหน้าตามแนวขน”

หรือ “ล้างหน้าตามแนวโพรงขน” ซึ่งก็เป็นที่แพร่หลายกันมาเมื่อไม่นานมานี้

จริงๆแล้ว ทฤษฎีนี้ แพร่หลายในต่างประเทศ มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

โดยเฉพาะ มีความเชื่อกันว่า การล้างหน้าวิธีนี้ มีผลดีต่อผู้ที่กำลังเป็นสิว

โดยหลักการของการล้างหน้าตามแนวขนนี้ก็คือ

ขณะที่ล้างหน้า ผิวบริเวณหน้าผาก ให้ปัดหรือลูบออกทางด้านข้าง

ในขณะที่ส่วนของจมูก แก้ม และคางให้ปัดลง

ซึ่งหลักการของวิธีนี้คือ ทำให้สิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้านั้น หลุดออกไปพร้อมกับการล้าง

หากล้างหน้าแบบปรกติแบบทั่วไป คือถูหมุนวนไปมา ซึ่งอาจจะกลายเป็นการล้างย้อนกลับ

ทำให้สิ่งสกปรกกลับไปตกค้างอยู่ในรูขุมขนตามเดิม และก็เป็นที่มาอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวนั่นเอง

รวมทั้งในขณะล้าง จำเป็นต้องล้างอย่างเบามือ ไม่ขัดหรือถูใบหน้าด้วยความรุนแรงอีกด้วย

การล้างหน้าตามแนวขน ยังส่งผลดีในอีกหลายๆเรื่องด้วย เช่น

ช่วยในเรื่องของการทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดบนใบหน้า ให้ดีขึ้น

ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดฝ้า

ช่วยลดความเสี่ยงต่อการอักเสบของผิวหนัง

ดังนั้น การล้างหน้าตามแนวขนนี้ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ดี และน่าสนใจ

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ก็ต้องใช้เวลาราวๆ 2-3 เดือน ถึงจะเห็นผลอย่างเด่นชัด

เพียงแต่ก็ต้องเข้าใจว่า เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการช่วยป้องกันสิวเท่านั้น

เพราะว่าสิวนั้น ก็มีสาเหตุการเกิดมาได้ จากหลายๆ ปัจจัยนั่นเองค่ะ

วิธีดูแลเนคไทเส้นโปรด

การแต่งกายที่ดูดีนั้น สามารถสื่อถึงมารยาททางสังคมที่ดี และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับหนุ่มๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

และเนคไทนั้น ก็สามารถช่วยให้การแต่งตัวของคุณดูดี เป็นที่ประทับใจของใครหลายๆ คน จึงนิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะในวันพิเศษ เช่น วันสัมภาษณ์งาน วันออกเดทกับคนสำคัญ หรือวันทำงาน ซึ่งจะช่วยให้คุณดูภูมิฐานมากขึ้น

วิธีการดูแลรักษาเนคไท จึงเป็นสิ่งที่คุณสุภาพบุรุษไม่ควรมองข้าม

เพราะหากเนคไทไม่สะอาด มีรอยยับ หรือมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์แล้วล่ะก็ อาจทำให้ความมั่นใจของหนุ่มๆ ลดลงได้มากทีเดียว

วิธีการดูแลเนคไทให้ดูดีอยู่เสมอ

หนุ่มๆ ควรมีเนคไท เพื่อใช้สลับสับเปลี่ยน

เพื่อไม่ให้จำเจจนเกินไป นอกจากนี้ การใช้เนคไทเพียงเส้นเดียว

และใช้งานบ่อยเกินไปนั้น สามารถทำให้เนื้อผ้าชำรุดได้เร็วขึ้น เพราะเนคไทส่วนใหญ่นั้น

ทำมาจากผ้าไหม ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างดี อาจได้รับความเสียหายได้ง่าย

และการใช้เนคไทซ้ำกันบ่อยเกินไป ยังทำให้เกิดกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์ จากกลิ่นตัว

หรือเหงื่อไคล ที่สามารถเกิดขึ้นได้บริเวณคอเสื้อ

หากมีเส้นด้ายลุ่ยออกมาจากเนคไท

ควรจัดการตัดด้ายที่ลุ่ยออกมาให้เรียบร้อย เนื่องจากเส้นด้ายที่ลุ่ยออกมานั้น

สามารถทำให้เกิดรอยขาดได้ และความเสียหายแบบนี้

จะไม่สามารถซ่อมแซม เพื่อช่วยให้กลับสู่สภาพเดิมได้

ในการจัดเก็บเนคไทนั้น

ก่อนอื่น ควรถอดเนคไทออกมา และแก้ปมที่ผูกเอาไว้เสียก่อน

เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นใยผ้าเปลี่ยนรูปทรง และช่วยลดรอยยับที่อาจเกิดขึ้น

ไม่ควรพับหรือยัดเนคไทในการจัดเก็บ อย่าลืมว่า สิ่งที่สามารถทำให้เนคไทหมดความเนี้ยบได้

คือรอยยับนั่นเอง และควรม้วนเนคไทหลวมๆ พอให้อยู่ทรง

จากนั้น เก็บไว้ในลิ้นชักให้เรียบร้อย หรือหากยังกังวลว่าเนคไทจะมีรอยยับ

สามารถใช้วิธีการแขวน โดยการใช้ไม้แขวนเนคไท ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเนคไท

แต่หากคุณต้องการใช้ไม้แขวนเสื้อธรรมดา ก็ควรตรวจสอบก่อนว่า

ไม้แขวนเสื้อนั้น มีขอบคมหรือไม่ เพราะขอบที่มีความคมนั้น สามารถทำให้เนคไทเสียหายได้

ไม่ควรเก็บเนคไทในที่ที่แสงแดดส่องถึง

เพราะแสงแดดจะทำให้สีของเนคไท ซีดจางลงได้อย่างรวดเร็ว

ในกรณีที่เนคไทเกิดคราบสกปรกฝังลึก

ไม่ว่าจะเป็นคราบอาหาร หรือเครื่องดื่มต่างๆ สามารถทำความสะอาดได้

โดยการใช้ผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยน ผสมกับน้ำเย็น

และใช้ผ้าสะอาดชุบส่วนผสม แล้วแตะบนคราบ

จากนั้น ให้ใช้นิ้วมือถูเบาๆ จนคราบออก ไม่ควรใช้แปรงในการขจัดคราบอย่างเด็ดขาด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ใช้ ว่าอ่อนโยนพอ

และเหมาะสมกับการทำความสะอาดเนคไทหรือไม่

โดยการทดสอบผลิตภัณฑ์บนด้านหลังของเนคไท ว่าเมื่อใช้แล้ว

เกิดการเปลี่ยนสีของเนคไทหรือไม่ ไม่ควรนำเนคไทไปซักเป็นอันขาด

เพราะจะทำให้เนคไทชำรุด และเสียรูปทรงทันที

หากคุณกำลังมองหาผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยน คลิก ที่นี่ เลยค่ะ!

หากคุณต้องการทำความสะอาดเนคไท

ที่ไม่ได้เปื้อนคราบหนักอย่างที่กล่าวมาข้างต้น คุณสามารถใช้แอลกอฮอล์

ชุบกับสำลี เช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรก หรือหากคุณไม่มีเวลาทำความสะอาดเนคไทด้วยตัวเอง

ก็สามารถหาร้านซักแห้งที่มีคุณภาพและไว้ใจได้ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยในการทำความสะอาดแทน

ควรใช้เตารีดไอน้ำในการรีดเนคไทให้เรียบ

โดยการรีดแบบเว้นระยะห่าง ระหว่างเนคไทและเตารีดสักนิด

เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อผ้าเกิดความเสียหาย ควรระวังการใช้เตารีดไฟฟ้าด้วย

เพราะอาจทำให้เกิดการขึ้นเงาได้ ทางที่ดี ควรเลือกใช้เตารีดไอน้ำ

เพราะอ่อนโยนต่อเนื้อผ้ามากกว่า และสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคบนเนคไท ด้วยความร้อนของไอน้ำ

เพียงเท่านี้ เนคไทของคุณผู้ชาย ก็จะอยู่ในสภาพดี สามารถใช้งานได้อีกนานแสนนานเลยทีเดียวค่ะ

ประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่ คงจะเป็นผลไม้โปรดของใครหลายคน ด้วยรสชาติที่อร่อย ด้วยความหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เป็นผลไม้เมืองหนาวที่ได้รับความนิยมมากอีกชนิดหนึ่ง

และก็ไม่เพียงเรื่องรสชาติเท่านั้น ผลไม้อย่างสตรอเบอร์รี่ ยังมีประโยชน์ในเรื่องสุขภาพ และความงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

โดยการรับประทานสตรอเบอรี่สด หรือการจะคั้นเป็นน้ำสตรอเบอร์รี่นั้น ก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารต่างๆ อยู่มากมาย

ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบเฮเดรต ไฟเบอร์ โปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม วิตามินต่างๆ เช่น บี1 บี2 บี6 วิตามินซี ฯลฯ

ประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่ ต่อสุขภาพและความงาม

สตรอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

เช่น แอนโทไซยานิน เคอซิติน จึงช่วยลดความเสี่ยง ที่จะเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้

ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง

ผิวมีความยืดหยุ่นแข็งแรง เพราะสตรอเบอร์รี่ จะช่วยเสริมคอลลาเจนให้กับผิว

ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง

และป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน

การรับประทานสตรอเบอร์รี่บ่อยๆ

จะช่วยทำให้ร่างกายสามารถขับเอาสารพิษต่างๆ ออกมาได้ดีขึ้น (detox)

นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น

มีฤทธิ์ในการดูแล และบำรุงการทำงานของสายตา

ช่วยเพิ่มปริมาณของเม็ดเลือดแดงในร่างกาย

ช่วยทำให้ระบบการทำงานของสมองดีขึ้น

ลดความเสี่ยงของการเกิดเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ช่วยป้องกันการเกิดเป็นโรคไขข้ออักเสบ

ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น และยังช่วยลดกลิ่นในช่องปาก

ฯลฯ

แต่ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์อยู่มากมาย

การรับประทานสตรอเบอร์รี่ ก็ควรรับประทานแต่พอดี ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากจนเกินไป

เพราะสตรอเบอร์รี่ยังมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่ และการรับประทานผลสด

และคั้นน้ำดื่ม ก็จะดีกว่าการรับประทานสตรอเบอร์รี่ ชนิดที่แปรรูปออกมาในรูปแบบอื่นๆ แล้ว

เช่น แยม หรือขนมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะสูญเสียคุณค่าทางอาหาร ไปเกือบหมดแล้ว

เหลือเพียงแต่ความหวานเท่านั้นนั่นเองค่ะ

วิธีทดสอบน้ำผึ้ง ว่าเป็นน้ำผึ้งแท้หรือปลอม

จากประโยชน์ที่อยู่มากมายของน้ำผึ้ง ทำให้ในปัจจุบันนี้ น้ำผึ้งมีวางขายอยู่ทั่วไป และหาซื้อได้ง่ายมาก

ไม่ว่าจะเป็นตามร้านค้าหรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ หรือแม้แต่ตามตลาดนัด ก็มีคนที่นำเอาน้ำผึ้งมาขาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มีการโฆษณาว่าเป็นน้ำผึ้งแท้ด้วยกันทั้งสิ้น

แต่เมื่อซื้อมาแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกกังวลว่า น้ำผึ้งที่เสียเงินซื้อมานั้น เป็นน้ำผึ้งแท้จริงๆ หรือไม่

หรือเป็นเพียงการนำน้ำผึ้งเพียงเล็กน้อย มาผสมกับน้ำตาลหรือแบะแซ

เพื่อเป็นการลดต้นทุน ทำให้ผู้ขายมีกำไรเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่คนซื้อกลับได้ของปลอมมาแทน

ส่วนวิธีการทดสอบน้ำผึ้งแท้นั้น

หากจะให้แน่ชัดจริงๆ จะต้องทำการทดสอบคุณสมบัติ ผ่านทางห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ถึงจะมั่นใจได้แบบ 100%

แต่ในเบื้องต้น การสังเกตหรือทดสอบด้วยตัวเอง

ก็พอจะทำได้แบบคร่าวๆ ได้เช่นกัน ด้วยวิธีการต่อไปนี้ค่ะ

สีของน้ำผึ้ง

หากเป็นน้ำผึ้งแท้ สีจะต้องดูใส (โปร่งใส) ไม่ขุ่นมัว

ลองเทน้ำผึ้งออกจากขวด

หรือหลอด น้ำผึ้งแท้นั้น จะต้องมีความข้นเหนียว ไหลช้า ไม่ว่าอุณหภูมิที่เก็บน้ำผึ้ง จะเป็นแบบใดก็ตาม

ใช้การดมกลิ่น

โดยน้ำผึ้งแท้นั้น จะมีความหอม เพราะปรกติ ผึ้งจะทำการสร้างน้ำผึ้งที่มาจากเกสรดอกไม้

แต่ถ้าหากเป็นน้ำผึ้งปลอม ที่มีส่วนผสมของน้ำตาล หรือส่วนผสมชนิดอื่น

กลิ่นจะมีอยู่น้อยมาก หรืออาจจะไม่มีเลย หรือบางครั้ง น้ำผึ้งปลอมบางชนิด อาจจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวด้วยก็ได้

นำน้ำผึ้งหยดลงไปในชาจีน

แล้วดูความเปลี่ยนแปลงของสี ถ้าหากเป็นน้ำผึ้งแท้ สีของชาจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ถ้าหากเป็นน้ำผึ้งปลอม สีของน้ำชาจะคล้ำลง

ทดสอบด้วยการนำน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา

หยดลงไปที่กระดาษทิชชู่ แล้วสังเกตดูว่า เมื่อหยดลงไปแล้ว วงของน้ำผึ้งเป็นแบบใด

หากน้ำผึ้งขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว อาจเป็นไปได้ว่าเป็นน้ำผึ้งปลอม แต่ถ้าหากเป็นน้ำผึ้งแท้ จะขยายออกไปไม่มากนัก

สังเกตดูจากลักษณะเมื่อทำการเขย่าขวด

หรือบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุ หากเป็นน้ำผึ้งแท้ เมื่อเขย่า จะเกิดเป็นฟองอากาศขนาดใหญ่ ไม่แยกออกเป็นชั้นๆ

แต่ถ้าเป็นน้ำผึ้งปลอม จะมีฟองอากาศเกิดขึ้นมามาก และจะแยกตัวออกมาเป็นชั้นๆ

และนี่ก็เป็นการทดสอบว่า น้ำผึ้งที่คุณซื้อมานั้น เป็นน้ำผึ้งแท้ๆ หรือไม่ในเบื้องต้นเท่านั้น

เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ให้ต้องเสียเงินฟรีๆ โดยได้ของที่ไม่มีคุณภาพกลับมา

และการเลือกซื้อน้ำผึ้งให้ปลอดภัย ว่าจะได้ของแท้นั้น

ก็ควรซื้อจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ ก็น่าจะเป็นการป้องกันได้ดีที่สุดค่ะ

L-Carnitine คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

ใครที่ชอบรับประทานอาหารเสริมหลายๆ ยี่ห้อ คงจะคุ้นเคย หรือได้ยินชื่อของส่วนประกอบชนิดหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้ ซึ่งมีชื่อว่า แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) กันอยู่บ้าง

แต่อาจจะยังไม่ค่อยมีคนคนทราบ หรือมีความเข้าใจอย่างชัดเจน ว่าสารชนิดนี้คืออะไร และมีไว้เพื่อประโยชน์ในลักษณะใดกับร่างกายบ้าง

แอลคาร์นิทีนนั้น ตามปกติแล้ว เป็นสารชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาเองได้ จากตับและไต

รวมทั้ง ยังได้รับจากอาหารภายนอก โดยเฉพาะอาหารประเภทโปรตีน

เช่น เนื้อสัตว์ หรือถั่วต่างๆ และก็รวมไปถึงผักหลายๆ ชนิดอีกด้วย เช่น คะน้า หัวผักกาดเขียว บร็อคโคลี่ ฯลฯ

ประโยชน์ของแอลคาร์นิทีน

จะช่วยในการเปลี่ยนกรดไขมันภายในร่างกาย ให้ถูกนำมาใช้เป็นพลังงานนั่นเอง

จึงทำให้มีการคิดค้น การสกัดสารแอลคาร์นิทีนออกมา เพื่อให้รับประทานได้ง่ายขึ้น

และก็เป็นที่รู้จักกันมานาน ในแวดวงของผู้ที่สนใจเรื่องการลดน้ำหนัก และการออกกำลังกาย

โดยมีความเชื่อว่า จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น

รวมทั้งช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ได้มากขึ้นอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว มีเพียงการทดลองที่ทำแต่เฉพาะกับหนูเท่านั้นเอง

ส่วนที่มีการทดลองกับคนที่ออกกำลังกายนั้น

แทบจะมองไม่เห็นความแตกต่างแต่อย่างใด ระหว่างผู้ที่รับประทาน กับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน

และก็ยังรวมไปถึงผู้ที่กำลังลดความอ้วนนั้นก็เช่นเดียวกัน ที่ไม่มีผลที่แน่ชัดแต่อย่างใด

ว่าแอลคาร์นิทีนจะช่วยลดความอ้วนได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การรับประทานแอลคาร์นิทีนนั้น ก็สามารถทำได้

เพียงแต่ที่สำคัญ หากจะรับประทาน ก็ควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่มีความน่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก

และถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือ ควรต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สารอันตราย แต่ถ้ารับประทานมากจนเกินไป

ก็จะเกิดผลเสียกับร่างกายได้เช่นเดียวกัน

โดยปกติแล้ว ขนาดรับประทานแอลคาร์นิทีนที่เหมาะสมนั้น

ไม่ควรเกิน 500 มิลลิกรัมต่อวัน

เพราะถ้ามากกว่านี้ อาจจะทำให้รู้สึกคลื่นไส้ และอาเจียนได้

และอาจเกิดผลร้ายแรงกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจได้ด้วย

สรุปก็คือ ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว

การรับประทานแอลคาร์นิทีน ก็มีแนวโน้มที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการออกกำลังกายได้ดียิ่งขึ้น

แต่ถ้าหากว่าคิดจะรับประทานแอลคาร์นิทีนเฉยๆ เพื่อลดความอ้วน โดยที่ไม่ได้ออกกำลังกายใดๆ เลย

ก็อาจจะไม่ทำให้เกิดผลแตกต่างอะไรก็เป็นได้ค่ะ

สูตรมาส์กหน้าด้วยนม

ถ้าจะพูดถึงสูตรบำรุงผิว ที่ได้รับความนิยม หรือมีการใช้กันมานานนั้น ก็มีอยู่มากมายหลายสูตรด้วยกัน

โดยเฉพาะสูตรที่สามารถทำเองได้ โดยการใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายๆ และอยู่ใกล้ตัวทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่ นอกจากจะมีราคาไม่แพงแล้ว ยังได้ผลดีอีกด้วย

อย่างสูตรที่นิยมกันมากสูตรหนึ่งก็คือ การใช้นมสดมาส์กหน้านั่นเอง

ซึ่งหากดูจากผู้ที่เคยใช้ส่วนใหญ่ ก็ดูเหมือนว่า การใช้น้ำนมนี้ จะผลเป็นที่น่าพอใจไม่น้อยเลยเชียวค่ะ

วิธีการมาร์คหน้าด้วยนม หรือสูตรมาส์กหน้าด้วยนม

สูตรที่ 1 : ใช้นมสด (นมวัว) เพียงอย่างเดียว

มาทาหน้า หรือมาส์กหน้าเอาไว้ ทำเป็นประจำทุกวัน ก่อนนอน ครั้งละ 15-20 นาที แล้วจึงล้างออก

จะช่วยทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม และผิวดูกระจ่างใสขึ้น

อีกทั้งการใช้นมสดนี้ ยังสามารถช่วยในการแก้ปัญหาผิวหน้าไหม้แดด หรือผิวถูกแดดเผา

อย่างเช่น ผู้ที่เพิ่งจะกลับจากการไปเที่ยวทะเล จนมีความรู้สึกแสบแดงที่ผิวหน้า

การเอาน้ำนมมามาส์กหน้าบ่อยๆ ก็จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ และยังเป็นการสมานผิวที่ดีอีกด้วย

สูตรที่ 2 : นำนมสด 5 ช้อนโต๊ะ

ขมิ้น 1 ช้อนชา และดินสอพอง 3-4 เม็ด ใส่ลงในถ้วย

เอาช้อนบดดินสอพองจนละเอียด นวดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกับนมสด และขมิ้น

แล้วเอามาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้น ค่อยล้างออกให้สะอาด

สูตรนี้ จะช่วยให้หน้าเนียนนุ่ม และทำให้ผิวมีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง

แต่ต้องระวังอย่าใส่ขมิ้นมากจนเกินไป เพราะจะทำให้หน้าดูเหลืองได้

สูตรที่ 3 : นำนมสด 5 ช้อนโต๊ะ

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และขมิ้น 1 ช้อนชา ใส่ถ้วย แล้วคนผสมให้เข้ากัน

เอาส่วนผสมที่ได้ มาขัดหน้าเบาๆ จนทั่ว แล้วมาส์กหน้าทิ้งไว้อย่างนั้น ประมาณ 10 นาที

แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยน้ำเย็นอีก 1 ครั้ง

จะเห็นได้ว่า น้ำนมนั้น ไม่เพียงแค่จะเอามาใช้เพื่อดื่มบำรุงสุขภาพ ของคนได้ทุกเพศทุกวัยเท่านั้น

ยังสามารถเอามาทำประโยชน์กับผิวพรรณ ได้อย่างมากเลยทีเดียวอีกด้วยค่ะ

วิธีทำความสะอาดตู้เย็น

เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านนั้น มีอยู่มากมายหลายชนิด บางชนิดก็มีไว้เพื่อความบันเทิงเป็นหลัก อย่างเช่นโทรทัศน์ เครื่องเสียง เครื่องเล่นเกมส์ต่างๆ เป็นต้น

แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นประโยชน์ และจำเป็นต้องมีในแทบทุกบ้านก็คือตู้เย็น

นั่นเพราะตู้เย็นจะถูกใช้เป็นที่สำหรับเก็บอาหาร หรือถนอมอาหารแทบทุกชนิด ไม่ให้เน่าเสียก่อนเวลาอันควร

ดังนั้น ตู้เย็นจึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่แทบทุกบ้านจำเป็นต้องมีไว้ใช้

และเมื่อตู้เย็นเป็นที่เก็บอาหารต่างๆ สารพัดชนิด

แน่นอนว่าพอนานวันเข้า เชื้อโรคทั้งหลาย รวมไปถึงสิ่งสกปรกต่างๆ

ก็จะตกค้างอยู่ในเครื่อง จึงไม่ควรจะปล่อยเอาไว้นานๆ โดยไม่ทำความสะอาดเลย

วิธีและขั้นตอนทำความสะอาดตู้เย็น

เริ่มจากปลั๊กไฟ

จัดการถอดปลั๊กตู้เย็นออก ก่อนที่จะเริ่มทำความสะอาด

ของในตู้เย็น

ให้นำอาหาร รวมทั้งสิ่งของต่างๆ ที่แช่เอาไว้ ออกจากตู้เย็นให้หมด

ชิ้นส่วนต่างๆ

หากมีชิ้นส่วนของตู้เย็นชิ้นใด ที่สามารถถอดออกได้ ก็ให้ถอดออกมาก่อน

ไม่ว่าจะเป็นชั้นสำหรับวางของ ถาดรอง หรือแผงสำหรับใส่ไข่

จัดการส่วนประกอบ

ด้วยการนำฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจาน จัดการเช็ดล้าง

ทำความสะอาดส่วนประกอบต่างๆ ที่ถอดออกมา เสร็จแล้ววางผึ่งเอาไว้

ภายในตู้เย็น

ให้ใช้ฟองน้ำมาชุบกับน้ำสบู่ เช็ดถูให้ทั่ว โดยเฉพาะตามซอกต่างๆ และบริเวณยางขอบของตู้เย็น

เสร็จแล้ว ก็ให้เอาฟองน้ำชุบน้ำสะอาดเปล่าๆ เช็ดตามอีกครั้ง เพื่อล้างคราบสบู่ออกจนหมด

จัดการใส่กลับเข้าไป

นำชิ้นส่วนที่ถอดออกมา และสิ่งของต่างๆ กลับไปใส่ประกอบลงที่เดิม

คัดแยก

ให้คัดแยกอาหารที่หมดอายุ หรืออะไรที่ไม่ใช้แน่นอนแล้วทิ้งไป อย่าเอากลับมาใส่ในตู้เย็นอีก

ว่าด้วยเรื่องกลิ่นเหม็น

หากต้องการจะป้องกัน และกำจัดกลิ่นต่างๆ ในตู้เย็น

ก็ให้เอาผงฟู หรือถ่าน ใส่ถ้วยเล็กๆ แล้ววางไว้ตรงมุมของตู้เย็น

อยากให้ตู้เย็นหอม

และถ้าหากต้องการจะเพิ่มความหอมให้กับตู้เย็น

ก็ให้เอาสำลีไปชุบกับน้ำมันหอมระเหย (เลือกกลิ่นได้ตามความชอบ) ใส่ไว้ในตู้เย็น

ก็จะช่วยให้ตู้เย็น มีกลิ่นที่หอมสดชื่นได้ค่ะ

ส่วนความถี่ในการทำความสะอาดตู้เย็น

จะบ่อยแค่ไหนนั้น ก็อาจขึ้นอยู่กับว่า ตู้เย็นสกปรกเร็วแค่ไหน หรืออย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้งก็ได้ค่ะ

อาหารป้องกันผมร่วง

ใครที่ไม่เคยประสบปัญหาผมร่วง คงจะไม่ทราบถึงความน่ากังวล และน่ากลัวของปัญหานี้ เพราะหากร่วงมากๆ ก็จะตามมาด้วยปัญหาผมบางลงไปในเวลาไม่นาน

และนั่น ก็จะสร้างผลกระทบในเรื่องของความมั่นใจ ในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

และสาเหตุของผมร่วงนั้น ก็มีอยู่มากมายหลายอย่าง ตั้งแต่พันธุกรรม สารเคมีที่ใช้ในแต่ละวัน ความเครียด ฯลฯ

การแก้ไขอาการผมร่วงนั้น ก็คงต้องพยายามหาสาเหตุให้พบก่อน ถึงจะแก้ไขได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ในขณะเดียวกัน ก็สามารถใช้อาหารมาเป็นตัวช่วย เพื่อลดอาการผมร่วงได้เช่นกัน

โดยเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ทั้งหลาย ดังต่อไปนี้ค่ะ

อาหารป้องกันผมร่วง และบำรุงผมให้แข็งแรง

เนื้อปลา

โดยเฉพาะปลาทะเลทั้งหลาย เพราะเนื้อปลาเหล่านี้ จะให้โปรตีนที่มีคุณภาพดี

และมีสารอาหารอีกหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 6

และมีกรดไขมันที่จำเป็นหลายชนิด ซึ่งมีความสำคัญมาก

ในการทำให้เส้นผมเจริญเติบโต และเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม

ผักใบเขียว

เช่น บร็อคโคลี่ ผักโขม คะน้า จะมีปริมาณของวิตามิน A และวิตามิน C สูง

ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำมัน จากรากของเส้นผม จึงช่วยให้เส้นผมมีความแข็งแรง

และกระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่

ผลไม้

การรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีนี้ มีส่วนสำคัญ

ในการทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างคอลลาเจน

ที่มีความจำเป็นในการดูแลรากผม เช่น ฝรั่ง ส้ม สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น

ถั่ว และธัญพืชต่างๆ

ซึ่งมีกากใยอาหารเป็นจำนวนมาก พร้อมด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ

เช่น วิตามินบี สังกะสี ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม ไบโอติน

ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารชั้นดี สำหรับการบำรุงเส้นผม ซึ่งธัญพืชเหล่านี้

ก็ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วปากอ้า อัลมอนด์ ข้าวสาลี ลูกเดือย ฯลฯ

ไข่

แน่นอนว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก และมีโปรตีนกับวิตามินหลายชนิด

โดยเฉพาะไบโอติน ที่เป็นสารสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ที่ช่วยบำรุงเส้นผม

อาหารต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นตัวช่วยได้อย่างดี ที่จะช่วยลดปัญหาอาการผมร่วงได้

แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร กว่าที่จะเริ่มเห็นผล แต่ทางที่ดีนั้น

หากผมร่วงในปริมาณมากๆ ก็ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

เพราะแพทย์อาจให้คำปรึกษา และทำการรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่ผมจะร่วงมากไปกว่าเดิมนั่นเองค่ะ

วิธีทําความสะอาดเครื่องดูดควัน

แม้ว่าเครื่องดูดควัน อาจจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีการใช้ ตามบ้านธรรมดาส่วนใหญ่มากนัก

แต่หากเทียบกับสมัยก่อนแล้ว เครื่องดูดควัน ก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีผู้ใช้งานมากขึ้น

โดยเฉพาะบ้านหรือที่พักอาศัย ที่มีลักษณะเป็นครัวปิดด้วยแล้ว การใช้เครื่องดูดควัน ก็มีความจำเป็นไม่น้อยเหมือนกัน

รวมไปถึงตามร้านอาหารต่างๆ ก็มีความจำเป็นอย่างมาก ที่ต้องใช้เครื่องดูดควันแบบนี้

ซึ่งก็แน่นอนว่า พัดลมดูดควัน เมื่อต้องผ่านการใช้งานมาแล้วเป็นเวลานานๆ

ก็จะมีปัญหาตามมา จากควันดำ และคราบของไขมัน จากการทำอาหารที่เกาะกันไปทั่ว

หากปล่อยไว้นานๆ คราบก็จะยิ่งเกาะหนามากขึ้น การทำความสะอาดก็จะยิ่งยากเข้าไปอีก

ดังนั้น ก็ควรทำความสะอาดเครื่องดูดควันนี้ เป็นประจำทุก 1-2 สัปดาห์

วิธีทำความสะอาดเครื่องดูดควัน

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม :

โซดาไฟ

กะละมังพลาสติกขนาดใหญ่

ถุงมือยาง

ผ้าปิดจมูก

แว่นตา

แปรงพลาสติก ห้ามใช้วัสดุที่ทำจากวัสดุอื่น เพราะจะไปทำปฏิกิริยากับโซดาไฟ จนเกิดความเสียหายได้

น้ำสะอาดประมาณ 1-1/2 ลิตร

ฟองน้ำ

น้ำยาล้างจาน

วิธีทำความสะอาดเครื่องดูดควัน

ถอดกรอบ และใบพัดออกมาก่อน เป็นอันดับแรก

ใส่อุปกรณ์ป้องกันให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือยาง ผ้าปิดจมูก และแว่นตา

ใส่น้ำลงไปในกะละมังพลาสติก จากนั้น ใส่โซดาไฟประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

นำใบพัด กับกรอบ ลงไปแช่ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 4-5 นาที

ใช้แปรงพลาสติก ขัดถูเอาคราบสกปรกที่เกาะอยู่ออก ซึ่งโซดาไฟ จะช่วยกำจัดเอาคราบไขมัน ที่เกาะอยู่บนใบพัด และกรอบออกไปได้ไม่ยาก แต่ควรต้องระวัง อย่าให้น้ำที่ผสมโซดาไฟ กระเด็นมาโดนผิวหนัง

เมื่อใช้แปรงขัดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง ก่อนนำไปประกอบเข้าที่เดิม

ส่วนบริเวณอื่นๆ นั้น ก็ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจาน เช็ดทำความสะอาด

เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้สามารถทำความสะอาดเครื่องดูดควันได้ง่ายขึ้นก็คือ

ทุกๆครั้ง เมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าเพิ่งรีบปิดเครื่อง

ให้เปิดต่อไปอีกประมาณ 1 นาที เพื่อช่วยระบายไอจากไขมัน

แล้วเอาผ้าเช็ดคราบออก จะช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นค่ะ

สูตรพอกหน้า หมักผม ด้วยมันฝรั่ง

มันฝรั่ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารสุขภาพเท่านั้น

แต่ “น้ำ” ที่คั้นจากมันฝรั่ง ก็ยังมีสรรพคุณในด้านความงาม อยู่หลายประการด้วยกัน

อันเนื่องมาจากมันฝรั่งนั้น อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุอย่าง โปแตสเซียม ทองแดง และซัลเฟอร์

ซึ่งให้ผลในด้านการใช้งานภายนอก อย่างการบำรุงผิวและผมได้ดีด้วย

วิธีการทำน้ำมันฝรั่งคั้น

ให้นำมันฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาดก่อน

จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่เข้าไปในเครื่องปั่น

แล้วกรองเอาแต่น้ำ หรือจะใช้เครื่องคั้นน้ำผลไม้แบบแยกกาก ก็จะสะดวกมากขึ้นไปอีก

แต่ถ้าไม่มีเครื่องปั่น ก็ให้ใช้วิธีขูดมันฝรั่ง แล้วทำการบีบหรือคั้นเอาน้ำออกมาแทนก็ได้ ง่ายๆ เท่านี้เองค่ะ

วิธีการนำน้ำมันฝรั่งมาใช้งานแบบง่ายๆคือ

การแต้มหรือทาน้ำมันฝรั่งบางๆ ลงบนผิว จะสามารถช่วยลดปัญหาผิวหลายๆประการ

เช่น ร่องรอยด่างดำ ฝ้า กระ ผิวไหม้แดด รอยคล้ำใต้ตา ริ้วรอย หรือผิวที่แห้งกรานได้

นอกจากนี้ ยังสามารถนำน้ำมันฝรั่ง มาใช้เป็นส่วนผสมของสูตรมาส์กหน้า สูตรบำรุงผิว หรือสูตรบำรุงผมอื่นๆ อีกหลายสูตรเลยทีเดียว เช่น

สูตรลดริ้วรอย หรือชะลอแก่

ด้วยการนำน้ำมันฝรั่ง มาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ตามด้วยน้ำมันมะกอกอีกเล็กน้อย คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าหรือมาส์กหน้า

สูตรนี้จะช่วยในเรื่องการลดรอยด่างดำ รวมทั้งลดริ้วรอยต่างๆ ที่ปรากฏชัดบนผิวหน้า

และยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งกร้านอีกด้วย

เพราะส่วนผสมทั้งหมดจะทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวนั่นเอง

สูตรเพื่อเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว

โดยนำน้ำมันฝรั่ง ผสมกับน้ำมะนาวในอัตราส่วนเท่าๆ กัน

แล้วแต้มลงบนผิวบริเวณที่มีรอยด่างดำ หรือส่วนที่หมองคล้ำเป็นประจำ

จะทำให้ผิวบริเวณนั้น ขาวขึ้น หรือสว่างขึ้นได้โดยธรรมชาติ

สูตรทำความสะอาดรูขุมขน

โดยนำน้ำมันฝรั่ง 5 ช้อน กับเบกกิ้งโซดา 1 ช้อน ใส่ลงไปในน้ำสะอาด 1 ถ้วย แล้วคนให้เข้ากัน

จากนั้น นำทาหน้าให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

จะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรก ที่อุดตันรูขุมขนอยู่ ได้อย่างหมดจดเชียวค่ะ

สูตรลดอาการตาบวม

โดยผสมน้ำมันฝรั่งกับน้ำแตงกวา ในอัตราส่วนเท่าๆกัน

แล้วทาบางๆ บริเวณรอบๆ ผิวดวงตา

ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดอาการบวมได้

สูตรหมักผมเงางาม

สำหรับใครที่มีผมแห้ง กระด้าง และชี้ฟู

ให้ใช้น้ำมันฝรั่งผสมกับว่านหางจระเข้ โดยกะปริมาณให้เหมาะสมกับความยาวของผม

แล้วใช้หมักเส้นผม ก่อนทำการสระหรือล้างออก

สูตรนี้ จะช่วยทำให้เส้นผมกลับมาเงางาม ดูสุขภาพดีขึ้นได้ค่ะ

สูตรหมักผมแก้ผมร่วง หรือลดผมร่วง

สำหรับใครที่มีอาการผมร่วง ก็สามารถใช้สูตรนี้ลดผมร่วงได้

โดยนำน้ำมันฝรั่ง ผสมกับน้ำผึ้ง และไข่ขาวให้เข้ากัน แล้วนำมาชโลมและหมักเส้นผม

ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงล้างออก หรือสระผมด้วยแชมพูตามปรกติ

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับสูตรความงาม จากน้ำ “มันฝรั่ง”

กับส่วนผสมอื่นๆ ที่หาได้ง่ายๆ ในบ้าน หรือใกล้ๆตัว วิธีการใช้นั้นไม่ยุ่งยากเลย ลองนำไปใช้กันดูนะคะ