ผลการแข่งขัน

ซัปโปโร อัด อูราวะ 2-0

เจ ฟอร์มแจ่มประเดิม 11 ตัวจริง ซัปโปโร อัด อูราวะ 2-0

“เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธุ์ สร้างประวัติศาสร์ เป็นผู้เล่นไทยคนแรกที่ลงสนามฟุตบอลเจลีก ลีกสูงสุดของญี่ปุ่น พร้อมมีส่วนช่วย ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร อัด อุราวะ เรดส์ ที่เหลือผู้เล่นเพียง 9 ตัว ไปได้ 2-0

ศึกฟุตบอลเมจิ ยาซุดะ 17 นัดที่ 19 ประจำวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมอันดับ 15 ของตาราง เจลีก 1 เปิดสนาม ซัปโปโร โดม รับการมาเยือนของ อูราวะ เรดส์ ไดมอนส์

เริ่มเกมได้เพียง 2 นาที เมสซี่เจ ก็เรียกลูกเตะมุมให้กับทีมได้จากจังหวะสับไกล บอลแฉลบแนวรับ อูราวะ เรด ออกหลังไป ผ่าน 20 นาทีแรก ชนาธิป ขยับมายืนตรงกลางสนาม หลังจากที่ช่วงแรก ทำเกมรุกบริเวณกราบซ้าย

นาทีที่ 32 คอนซาโดเล ก็มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะเตะมุม และเป็น เคน โทกูระ เพื่อนซี้ของชนาธิป โหม่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าเจ มีโอกาสยิงด้วยซ้าย บอลติดบล็อก ออกหลัง ทำให้

น.62 เมสซี่เจ หลุดขึ้นมาทางกราบซ้าย ล็อคบอลหลบผู้เล่น อูราวะ เรด 2 คน ก่อนจะเปืดบอลให้ เคน โทกูระ ซัดบอลโด่งข้ามคานออกไป จากนั้น ชนาธิป ถูกเปลี่ยนตัวออกส่ง เจย์ โบธรอยด์ แข้งอังกฤษ อดีตศูนย์หน้าเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงสนามแทน

จากนั้น น.89 คอนซาโดเล ได้ประตูทิ้งห่างจากลูกโหม่งของ เจย์ โบธรอยด์ 2-0 และไม่มีใครสามารถทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบการแข่งขัน ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร เปิดบ้านชนะ อูราวะ เรดส์ 2-0 ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 14 ของตาราง เจลีก 1

Read More
ผลการแข่งขัน

บาร์ซา 2-0 ซิวสแปนิช

ชุดขาวเปิดบ้านอัด บาร์ซา 2-0 ซิวสแปนิช ซุเปอร์คัพไปครอง

“ชุดขาว” ไม่มี “โรนัลโด้” ไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด เปิดบ้านอัดนิ่ม “บาร์ซ่า” 2-0 รวมสองนัด 5-1 ซิวแชมป์ซูเปอร์คัพ สมัยที่ 10 ไปครอง โทรฟี่ที่ 2 ของปีนี้

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาโก เบอร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ในศึกฟุตบอลสแปนิช ซูเปอร์ คัพ 2017 นัดที่สอง โดยเกมแรกทีมชุดขาวบุกเอาชนะเจ้าบุญทุ่มถึงถิ่นคัมป์นู 3-1

เกมนี้ เรอัล มาดริด ลงเล่นโดยไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ตัวเก่ง หลังโดนโทษแบน5 นัด จากกรณีผลักผู้ตัดสินในเกมนัดที่แล้ว ซึ่งทีมอุทธรณ์โทษไม่ผ่าน

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือใหญ่ ตัดสินใจพัก อิสโก้, คาเซมิโร่ และ แกเร็ธ เบล เป็นเพียงตัวสำรอง ส่วน 11 ตัวจริง ประกอบด้วย เคย์เลอร์ นาบาส (ผู้รักษาประตู), ดาเนียล คาร์บาฆาล, ราฟาเอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่, ลูกา โมดริช, โทนี โครส, มัตเตโอ โควานซิช, มาร์โก อเซ็นซิโอ้, คาริม เบนเซม่า, ลูคัส วาซเกซ

ขณะที่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เฮดโค้ชบาร์เซโลน่า จัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงเป็น 11 ตัวจริง ประกอบด้วย มาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเก้น (ผู้รักษาประตู), ซามูเอล อุมติตี, เกราร์ด ปิเก, ฮาเบียร์ มาสเคราโน่, จอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อิวาน ราคิติช, อังเดร โกเมส, เซร์กี โรแบร์โต้, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ

เริ่มเกมเพียง 4 นาที เรอัล มาดริด ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ มาร์โก อเซ็นซิโอ ซัดไกลระยะ 35 หลา ด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงเสียบใต้คานอย่างสวยสดงดงาม มาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเก้น ได้แค่ยืนมองตาปริบๆ

หลังจากเสียประตู บาร์เซโลน่า พยายามทำประตูทวงคืนให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับที่แข็งแกร่งได้ และกลายเป็นทีมชุดขาว ที่มาหนีห่าง 2-0 จากจังหวะที่ มาร์เซโล่ หลุดไปริมเส้นฝั่งซ้าย จ่ายเข้ากลางให้ คาริม เบนเซม่า กระดกบอลหนี อุมติตี ก่อนพลิกตัวซัดด้วยเท้าซ้าย เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งเวลาหลัง บาร์ซ่า ยังเป็นฝ่ายที่ครองเกมได้เหนือกว่าเจ้าถิ่น พยายามหาช่องเพื่อเจาะแนวรับ เรอัล มาดริด แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายไม่มีใครยิงกันเพิ่ม

จบเกม เรอัล มาดริ เอาชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 รวมผลสองนัด มาดริด ชนะ 5-1 คว้าแชมป์ฟุตบอลสแปนิช ซูเปอร์คัพ สมัยที่ 10 ไปครอง ถือเป็นโทรฟี่ที่ 2 ในปีนี้ของทีมชุดขาว หลังเพิ่งเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด มาในยูฟ่า ซูเปอร์คัพ เมื่อสัปดาห์ก่อน

Read More