Daily Archives: | November 7th, 2018

บ้านรักไทย หมู่บ้านชาวจีนยูนนาน

ถ้าพูดถึงหน้าหนาวก็ต้องนึกถึงบรรยากาศท่ามกลางขุนเขา ทะเลหมอก ดอกไม้บานสะพรั่ง และชาอุ่นๆ สักแก้ว ความรู้สึกประมาณนี้ทำให้เก็บกระเป๋าอย่างไม่ทันรู้ตัว ผ่านเส้นทางโค้งฉวัดเฉวียนไปๆ มาๆ หลายพันโค้งจนกระทั่งได้มาถึงที่นี่ค่ะ บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ที่รายล้อมด้วยหุบเขาใหญ่ บ้านรักไทย บรรยากาศของที่นี่ทำให้แทบไม่รู้สึกว่าอยู่เมืองไทย จังหวะนึงแอบเผลอๆ คิดไปว่ากำลังอยู่ในฉากของหนังจีนกำลังภายในสักเรื่องเลยทีเดียว บ้านรักไทยแห่งนี้ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ค่ะ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานที่ในสมัยอดีตเคยเป็นทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) หรือที่เรารู้จักกันว่า “ก๊กมินตั๊ง” นั่นเองค่ะ ที่นี่ค่อนข้างมีอากาศเย็นๆ สบายๆ เกือบทั้งปี ยกเว้นช่วงหน้าหนาวนี่แหละ ที่จะหนาวมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,776 เมตร   นอกจากเรื่องของอากาศที่ดีมากๆ แล้ว พื้นที่ของบ้านรักไทยนั้นก็เหมาะอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาวอีกด้วยค่ะ ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ ชา และ ขาหมู่หมั่นโถว มากจนคนกรุงอย่างเราต้องหอบข้าวหอบของ ผ่านพันกว่าโค้ง เพื่อมาชิมถึงแหล่งแบบนี้   นอกจากการชิลนั่งจิบชาท่ามกลางอากาศดีๆ แล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมมากมาย ทั้ง การเดินป่าศึกษาเส้นทางโดยมัคคุเทศน์น้อย การปั่นจักรยานชิลๆ รอบหมู่บ้าน และการขี่ม้าพาข้ามแดนไป ฝั่งเมียนมาร์อีกด้วย เพราะต้องนี้เรียกได้ว่าเป็นสุดเขตแดนสยามนั่นเองค่ะ และ สำหรับไฮไลท์ของการมาเที่ยวบ้านรักไทยก็คือ การได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทย-จีน ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว และเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่แทบมองไม่เห็นในเมืองใหญ่ๆ แถมยังมีเกสเฮ้าส์น่ารักๆ ที่ทำมาจากบ้านดินให้เราได้นอนพักเปลี่ยนบรรยากาศกันที่นี่ แต่สำหรับบ้านดินที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงอยู่ก็คือ ลี ไวน์ รักไทย ค่ะ ซึ่งจะเป็นบ้านดินที่อยู่ท่ามกลางไร่ชา และตั้งไต่ระดับขึ้นไปตามภูเขาอีกด้วย อาจจะลำบากเล็กๆ ในการปีนขึ้นไปพัก แต่รับรองว่า ถ้าได้ขึ้นไปเห็นวิวจากมุมนั้นต้องตะลึงในความสวยงามของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ทีเดียว   และที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับปางอุ๋ง อีกด้วย ใครจะมาพักนอนค้างที่บ้านรักไทย และตอนเช้านั่งรถไปดูหมอกสวยๆ ที่ปางอุ๋งก็น่าจะได้ความชิลไปอีกแบบ ส่วนคนที่ชอบช้อปของฝากแล้วล่ะก็ ที่บ้านรักไทยนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องของผลไม้เมืองหนาว และชาเป็นอย่างมาก จึงมีไวน์ต่างๆ ที่น่าสนใจ ทั้งไวน์ลูกหม่อน ไวน์ลูกท้อ ไวน์มะขามป้อม เรียกได้ว่ารสชาติดีไม่แพ้ไวน์ต่างประเทศทีเดียวค่ะ แถมยังราคาสบายใจอีก รวมไปถึงชาพันธุ์ต่างๆ ที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งชาเขียว ชาอู่หลง และผลไม้อบแห้งต่างๆ นานา   ตอนกลางวันอากาศจะสบายๆ แต่ตอนกลางคืนนั้นจะค่อนข้างหนาวเย็นเป็นพิเศษ อยากให้หน้าหนาวนี้ ลองมาสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางไร่ชาของที่นี่ดูสักครั้ง สูดอากาศสะอาดๆ เข้าปอดปีละหน แล้วจะรู้สึกว่า คุ้มค่าที่เดียวที่ได้มาถึงที่นี่ค่ะ ที่อยู่ : หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน การเดินทาง : จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทาง จากเมืองแม่ฮ่องสอน มุ่งสู่บ้านรักไทย โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 เส้นทางสายเหนือ(ไปปาย) แยกเข้าซ้ายประมาณ กิโลเมตรที่ 8 แยกเข้า หมู่บ้านกุงไม้สัก ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง เส้นทางเป็นเขาสูงชัน ต้องใช้ความชำนาญในการขับ รถต้องเติมน้ำมันให้เรียบร้อย ไม่มีปั๊มบนดอย ระยะทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปบ้านรักไทย 44 ก.ม. จากอำเภอปาย ผ่าน อ.ปางมะผ้า และจะผ่าน ถ้ำปลา โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 แยกเข้าขวาเลยถ้ำปลามาสัก 1 ก.ม. แยกเข้า หมู่บ้านหมอกจำแป่ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไป ภูโคลนคันทรี่คลับ น้ำตกผาเสื่อ และหมู่บ้านปางอุ๋ง รถโดยสารประจำทาง หน้าตลาดสด เมืองแม่ฮ่องสอน มีรถออกทุกวัน (รถสองแถว สีเหลือง) สังเกตป้ายจะเขียนว่า แม่ออ รักไทย รถออกวันละประมาณ 2 เที่ยว ค่าโดยสาร 150 บาท

เดินเล่นเหนือยอดไม้ ที่ DoiTung Tree Top Walk

สำหรับมือใหม่หัดแอดเวนเจอร์ อยากจะหัดเดินเล่นกลางป่า ห้อยโหนบนสะพานสูงจากพื้นดินแบบเบาะๆ ให้พอหวาดเสียว อยากบอกว่านี่เป็นที่ที่เหมาะมากเลยล่ะ DoiTung Tree Top Walk จังหวัดเชียงรายนั่นเอง การเดินทางไป DoiTung Tree Top Walk ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะที่นี่ตั้งอยู่ภายในสวนแม่ฟ้าหลวง พระตำหนักดอยตุงนั่นเอง ใครที่ตั้งใจจะเข้ามาเล่น อย่าลืมชำระค่าเข้าสวนแม่ฟ้าหลวงให้เรียบร้อยก่อนนะ 90 บาท/คน (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป/นักเรียน-นักศึกษา ลด 50%) DoiTung Tree Top Walk เปิดให้เดินเป็นรอบ ทุกๆ 30 นาที รอบละประมาณ 10 กว่าคน รอบแรกเริ่ม 8.30 น. รอบสุดท้ายจบที่ 16.30 น. มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และแนะนำเรื่องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ถ้าเราตั้งใจฟังตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำล่ะก็ บอกได้เลยว่าไม่มีอะไรยาก แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เราก็จะได้อุปกรณ์สำคัญชิ้นนี้มา เป็นตัวล็อกที่ใช้คล้องกับลวดสลิงตลอดเวลาที่เราเดินอยู่ข้างบน วันที่เรามาเที่ยวกันนี้ ถือว่าอากาศดีมากๆ เลยล่ะ ด้วยร่มไม้ใหญ่ที่ปกคลุมทั่วทั้งบริเวณทำให้เดินได้แบบสบายๆ ชมนกชมไม้ได้เรื่อยๆ อันที่จริงแล้ว Tree Top Walk นี้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนยอดไม้ด้วย ระยะทางทั้งหมดประมาณ 300 เมตร ความสูงตั้งแต่ 10-40 เมตร ไล่ไปเรื่อยๆ บางช่วงเดินง่าย บางช่วงสูงชันหน่อยพอให้ได้ออกแรง นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีเขาวงกต ให้พวกเราได้สนุกสนาน กันอีกด้วย เรียกได้ว่า ตาลายเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ หลังจากเดินชมธรรมชาติแบบพอตื่นเต้นแล้ว รอบๆ สวนแม่ฟ้าหลวงยังมีอะไรให้ดูอีกเยอะ ทั้งสวนดอกไม้หมุนเวียนสลับไปทุกฤดู ร้านกาแฟ เขาวงกต ฯลฯ หรือจะขึ้นไปชมพระตำหนักดอยตุง ชมพระตำหนักครั้งสมเด็จย่าเคยประทับอยู่กันต่อก็ได้ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : เที่ยวดอยตุง ชมดอกไม้เมืองหนาวสวนแม่ฟ้าหลวง เยือนพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง เปิดให้เข้าชม ทุกวัน เวลา 6.30 – 18.00 น. ค่าบำรุงสถานที่ บุคคลทั่วไป 90 บาท ผู้สูงอายุ นักเรียน และนักศึกษา 45 บาท เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. เข้าชมฟรี พระตำหนักดอยตุง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 17.30 น. ค่าบำรุงสถานที่ บุคคลทั่วไป 90 บาท ผู้สูงอายุ นักเรียน และนักศึกษา 45 บาท เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. เข้าชมฟรี รายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-5376-7015-7

Coro Field สวนผึ้ง Lifestyle Farming

การเดินทางมาที่นี่ ไม่ลำบากอย่างที่คิดครับ ใช้เส้นทางหมายเลข 3208 ไปยัง อ.สวนผึ้ง ระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร ขับตรงมาเรื่อยๆ ก็จะเห็น Coro Field ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ มีน้องโคโร่ รอต้อนรับอยู่ น่ารักมากเลยเนอะ ! ซึ่งเอาง่ายๆ มันก็ติดถนนราชบุรี – ผาปก นี่แหละ เมื่อมาถึงกันแล้ว ก็จะพบโซนแรก อย่าง โซน CORO CAFE กันก่อนเลยครับ ที่นี่ เป็นคาเฟ่กึ่งบิสโทร เมนูทั้งหลายก็จะเป็นรูปแบบ Japanese Fusion Food เน้นความเรียบง่าย รวมไปถึงการตกแต่งร้านที่เน้นการใช้โทนสีขาว สบายตา บรรยายมาซะขนาดนี้แล้ว ก็ต้องกินก่อนละกัน ! เมนูที่เราสั่งไปก็จัดหนัก จัดเต็ม ทั้งของคาว และของหวาน สั่งกันเพลิน รู้ตัวอีกทีก็เสิร์ฟมาเต็มโต๊ะไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆ สำหรับเราแล้ว คิดว่าอาหารของที่นี่รสชาติดีมาก แถมยังได้สุขภาพอีกด้วย เพราะผักทุกอย่าง รวมถึงผลไม้ ที่ปรุงลงในทุกเมนู ก็เป็นของฟาร์มเอง โคตรออร์แกนิคสุดๆ ถ้าให้เรายกตัวอย่างเมนูที่เราชอบละก็ คงต้องยกให้กับเมนู สลัดผักออร์แกนิค มะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ และ ข้าวปลาสามรส ครับ กินกันจนอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาท่องฟาร์ม CORO Field กันแล้ว ! ที่นี่มีพื้นที่ทั้งหมด 104 ไร่ครับ ซึ่งทุกพื้นตารางเมตร (จริงๆ) จะเต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจให้เราได้ร่วมทำกัน เต็มไปหมด ! แถมยังได้เรียนรู้เรื่องราวของการทำเกษตรรูปแบบใหม่ กันอีกด้วย เริ่มต้นกันด้วยไฮไลท์หลัก ของที่นี่กันดีกว่าครับ กับ โซน CORO HOUSE กรีนเฮ้าส์ขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุดจากอิสราเอล ควบคุมการเพาะปลูกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ครับ โหหหห…ล้ำอ้ะ ! ซึ่งก่อนที่จะเราเข้าไปข้างในนั้น เราจะต้องสวมเสื้อคลุม สวมหมวก เปลี่ยนรองเท้า พร้อมทั้งล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้พืชติดเชื้อโรคจากเราครับ เพื่อความอนามัย และเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อมภายในนั่นเอง ภายในกรีนเฮ้าส์เราก็จะได้เห็นการเพาะปลูกพืชทั้งเมล่อนและมะเขือเทศ เรียนรู้การเพาะปลูกและเทคนิคการดูแลให้พืชเหล่านี้ จนเจริญเติบโตออกมาเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพครับ ซึ่งเจ้าของฟาร์มเล่าด้วยความภูมิใจว่า เป็นความโชคดีของฟาร์มที่ขุดค้นพบน้ำแร่ในพื้นที่แห่งนี้ครับ อีกทั้งการเปิดเพลงเพราะๆ ให้ผักเหล่านี้ฟังอยู่เสมอ จุดนี้ถือว่าเป็นเทคนิคดีๆ ที่เราสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของที่นี่จริงๆ ไปกันต่อกับ โซน CORO GARDEN ซึ่งภายในโซนนี้ ทุกคนจะร่วมกันทำกิจกรรม Grow&Harvest ได้ด้วยตัวเองครับ เริ่มจากการปลูกต้นกล้าของผักกันก่อน วิธีการก็ไม่ยากอะไรครับ ทางฟาร์มมีอุปกรณ์ปลูกทุกอย่างเตรียมไว้ให้เราแล้ว เราก็แค่ฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ ก็พอ

เดินชิล ไร่ชาฉุยฟง เชียงราย

นอกจาก เชียงราย จะเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง วัดร่องขุ่น, บ้านดำ, ดอยตุง แล้ว ที่นี่ยังเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีการทำไร่ชาตามแนวภูเขาค่ะ และแน่นอนว่าตรงจุดนี้เอง ทำให้เราเห็นวิวภูเขาสูงรายล้อมไร่ชาสีเขียวเป็นแนวยาว และฟ้าสีคราม เป็นภาพที่ติดใจนักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคน จนทำให้ไร่ชากลายเป็นที่เที่ยวอีกแห่งในจังหวัดเชียงรายไปเลยค่ะ เพราะฉะนั้น วันนี้ ตามเราไปชิลล์นั่งจิบชา และลงไปถ่ายรูปสวยๆ ใน ไร่ชา กันที่ ไร่ชาฉุยฟง กันได้เลยค่ะ ไร่ชาฉุยฟง ตั้งอยู่ที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ค่ะ เป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีของ บริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงรายมากว่า 40 ปีแล้วค่ะ แน่นอนว่าใครอยากได้ชิมชาคุณภาพดีล่ะก็ต้องมาที่นี่เลย   กิจกรรมอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบกันมากๆ ก็คือ การลงไปถ่ายรูปสวยๆ กับไร่ชาค่ะ นอกจากนี้ ถ้ามาตอนเช้าหน่อยๆ ก็จะได้เห็นคุณป้า คุณอา มาเก็บยอดอ่อนใบชาด้วยนะคะ   นอกจากไร่ชา ท่ามกลางภูเขา และท้องฟ้าสีครามแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่เล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้อร่อยกับเค้ก พร้อมนั่งจิบชาชมวิวในบรรยากาศดีๆ อีกด้วยค่ะ แน่นอนว่ามาทั้งที เราก็ไม่พลาดที่จะไปลองชิมสักหน่อย เมนูชามีมากมายให้เลือกแล้วแต่ความชอบ สำหรับวันนี้เลยลองชาน้ำผึ้งมะนาว และชาเขียวถั่วแดง คู่กับเครปเค้กชาเขียว ดูสักหน่อย ไฮไลท์ก็คือ ยอดใบชาที่ปักลงมาในทุกเมนูนี่แหละค่ะ แถมรสชาติยังดีใช้ได้เลยค่ะ ได้นั่งชมวิวจิบชา กินเค้กไปด้วยแบบนี้ ฟินสุดๆ ไปเลย คนที่อยากซื้อชากลับไปเป็นของฝากที่บ้านล่ะก็ สามารถเข้าไปดูได้ที่ร้านขายของที่ระลึกได้เลยค่ะ โซนคาเฟ่นั่งชิลล์ สำหรับที่นี่ จะมีทั้งหมด 3 ฝั่งด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเยี่ยมชมนั่นเอง ฉะนั้น หายห่วงเรื่องที่นั่งไม่พอ ได้เลย

รวม ไร่องุ่น มวกเหล็ก บรรยากาศดี หนาวนี้ น่าไปชิลล์

แน่นอนว่าถ้าพูดถึง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ก็ต้องนึกถึง ไร่องุ่น เป็นลำดับแรกๆ เพราะ อ.มวกเหล็กนั้นมีไร่องุ่นจำนวนมาก และมีผลิตภัณฑ์จากองุ่น ไม่ว่าจะเป็นองุ่นสด ไวน์ น้ำองุ่น องุ่นหยี หรือแยมองุ่น มากมาย เพราะฉะนั้น หน้าหนาวนี้ เราไปเที่ยวเด็ดองุ่นต้นต้นชิมกันที่ ไร่องุ่น มวกเหล็ก ใกล้ๆ กรุงเทพฯ กันค่ะ อีกทั้งไร่ต่างๆ ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นได้อีกด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น หน้าหนาวนี้ ใครอยากสวยๆ เดินเก็บองุ่นในไร่ แปลงร่างเป็นสาวบ้านไร่ ลองไปเที่ยวไร่องุ่นที่มวกเหล็กกันดู ไร่องุ่นแวงเดอร์เรย์ ที่นี่เป็นไร่องุ่นที่คัดสรรพันธุ์องุ่นสำหรับการผลิตไวน์โดยเฉพาะ มีแปลงองุ่นให้เห็นกันตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึง เกือบสุดเนินเขา นอกจากที่นี่จะเป็นไร่องุ่นขึ้นชื่อแล้ว ยังเป็นโรงบ่มไวน์ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตการผลิตไวน์ และมีผลิตภัณฑ์แปรรูปขององุ่น นอกจากนี้ ทางสวนยังมีพื้นที่สำหรับกางเต้นท์สำหรับพักค้างคืนอีกด้วย เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-3622-7178, 0-3622-7179 การเดินทาง จาก อ.มวกเหล็ก เลี้ยวซ้ายตรงป้ายทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย เลย กม. 8 ให้สังเกตด้านขวามือ ก่อนถึงอุโมงค์ต้นไม้ สวนจะอยู่ฝั่งขวามือติดกับไร่องุ่นคุณมาลี ไร่องุ่นปภัสรา เป็นไร่ของดาราชื่อดัง คุณกบ ปภัสรา ภายในไร่ปลูกองุ่นหลากหลายพันธุ์ นอกจากกิจกรรมภายในไร่องุ่นแล้ว ยังมีฟาร์มนกกระจอกเทศ และฟาร์มเพาะพันธุ์ม้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยว เช่นวอล์คแรลลี่, ขี่จักรยานตามไหล่เขา, ขี่ม้าชมฟาร์ม นอกจากนี้ลองมาแวะชิม พายองุ่น น้ำองุ่นสด และไอศกรีมองุ่นดูว่าจะอร่อยขนาดไหน เปิดบริการทุกวัน จันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-22.00 น. และ วันอาทิตย์ เวลา 08.00-22.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกวันไม่มีวันหยุด รายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-3632-7183, 0-1906-9373 การเดินทาง จากสระบุรีวิ่งตรงมาทางมวกเหล็ก สังเกตร้านครูต้อ แล้วให้ชิดซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตรแล้ววิ่งตรงไปทางที่จะไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แล้วก็จะเห็นไร่องุ่นปภัสรา สระบุรี 3. ไร่องุ่นภูอมร เดินทางไปเที่ยวมวกเหล็กทั้งที ต้องไม่พลาดที่จะแวะ สวนองุ่นภูอมร เข้าไปจะเริ่มทิวองุ่นยาวเหยียด นอกจากที่นี่จะเป็นแหล่งผลิตองุ่น ยังเป็นโรงบ่มไวน์ที่ได้รับรางวัลระดับ 4-5 ดาว เพราฉะนั้นนักชิมไวน์ ต้องไม่พลาดที่จะมาซื้อไวน์จากที่นี่ไปลองชิม นอกจากไวน์แล้ว คนที่ไม่ชอบไวน์ก็ใช่จะไม่มีอย่างอื่นจนเซ็งไป เพราะน้ำองุ่นสด รสชุ่มคอก็ใช้ได้ทีเดียว แถมด้วยน้ำข้าวโพด เป็นสินค้าใหม่ปีนี้ให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-3632-7183, 0-1906-9373 การเดินทาง จากกทม.ถึงสามแยกมิตรภาพ (สระบุรี) เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางเข้ามวกเหล็กสังเกตพระพุทธรูปใหญ่หน้าโรงปูน TPI จากพระพุทธรูปไป 6 กม. (ทางลงเขา) จะเห็นศาลาริมทางหลังคาสีเขียว (ก่อนถึงโตโยต้าพระพุทธบาท) ให้เลี้ยวซ้ายตรงศาลาพอดี เป็นทางเล็ก ไปประมาณ 800 เมตร ก็จะเห็นป้ายทางเข้าสวนองุ่นภูอมรสีฟ้า ให้เลี้ยวขวา ไร่องุ่นคุณมาลี ทัศนียภาพ ที่นี่ต้องขอยกนิ้วให้ ว่าเป็นที่หนึ่งในไร่องุ่นที่น่ามาเที่ยวเหมือนกัน เพราะเป็นไร่องุ่น ที่สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ขับรถมาจากถนนวังม่วง-มวกเหล็กทีเดียวเชียวค่ะ นอกจากจะเป็นไร่องุ่นแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์จากองุ่นสดๆ หลากชนิด ให้นักท่องเที่ยวซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน แต่ถ้ายังไม่อยากกลับ เพราะติดใจในบรรยากาศเย็นสบายๆ แบบนี้ ไร่องุ่นคุณมาลี ก็มีบริการให้กางเต้นท์นอนเล่นเย็นๆ อีกด้วย เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-3622-7056, 08-1853-5893 การเดินทาง ไร่องุ่นคุณมาลีอยู่ติดริมถนนสายมวกเหล็ก-วังม่วง หากขับมาจากกรุงเทพฯ จะพบเห็นได้ชัดเจน