Monthly Archives: | November, 2018

เที่ยวเกาะไหง ดำน้ำ 4 เกาะ

ทะเลตรังก็เป็นอีกที่ที่คนไทยชอบลืมไปว่ามีหาดทราย และทะเลใสแจ๋วให้ได้ไปชิลล์กัน เปลี่ยนปีใหม่ปีนี้ให้เป็นวันหยุดสบาย พร้อมไปสวัสดี แฮปปี้ปีใหม่กันในโลกใต้ทะเลก็น่าจะสนุกไปอีกแบบค่ะ

ภูลังกา ชมทะเลหมอก

วนอุทยานภูลังกา หรือ ภูลังกา เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลยในหน้าหนาวนี้ค่ะ ที่นี่เป็นที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงของ อำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยานั่นเอง จุดไฮไลท์ที่ต้องไปให้ได้เลยก็คือ ภูเทวดา ซึ่งเป็นยอดดอยที่สวยงาม และมีความสูงถึง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว ค่ะ ตรงนี้เองเป็นจุดชมทะเลหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้น และดอกไม้ป่าที่สวยงามมากๆ

เที่ยวเกาะพยาม มัลดีฟส์เมืองไทย

ร้อนนี้ลงใต้ไปเที่ยวทะเลสวยๆ ฝั่งอันดามันกันดีกว่า มีอีกหนึ่งเกาะที่ได้ชื่อว่า มัลดีฟส์เมืองไทย หรือ เกาะพยาม นั่นเอง แน่นอนว่าทะเลใส ฟ้าสวยไม่ต่างจากที่มัลดีฟส์เลย แถมไม่ต้องไปไกลถึงมัลดีฟส์ เพราะอยู่ที่ ระนอง นี่เอง เกาะพยาม ตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน จ.ระนอง ค่ะ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจาก เกาะช้าง (จ.ระนอง) ที่ชื่อว่าเป็นมัลดีฟส์เมืองไทยก็เพราะด้วยบรรยากาศ และน้ำทะเลที่ใสราวกับกระจกนั่นเอง ซึ่งทริปนี้ เรานั่งรถทัวร์มาจากกรุงเทพฯ และมาถึงที่ ขบส.ระนองค่ะ ใช้เวลา 1 คืนเต็มๆ ค่ะ หลังจากนั้นเราก็นั่งรถสองแถวไปที่ท่าเรือ ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง สำหรับเรือเมล์ลำใหญ่ มีสองรอบคือ 9.30 น. และ 14.00 น. หรือใครไม่อยากนั่งเรือนานๆ ก็มีบริการสปีดโบ้ท ใช้เวลา 45 นาทีเท่านั้น มี 2 รอบเช่นกัน คือ 9.50 น. และ 13.00 น. ในมุมของนักแบ็คแพ็คทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จะรู้จักเกาะพยามกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะความเป็นธรรมชาติ ผู้คนไม่พลุกพลาน แฝงไปด้วยความเงียบสงบ จึงเป็นเหตุผลที่ให้ชาวแบ็คแพ็คเลือกที่จะมากันที่นี่ หลังจากถึงสะพานท่าเทียบเรือของเกาะพยาม ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ่าวแม่หม้าย แล้ว เราก็ต้องทำการเช่ารถมอเตอร์ไซด์ให้เรียบร้อย คันละ 200 บาทต่อวันค่ะ เพราะเป็นพาหนะเพียงอย่างเดียวที่เราจะสามารถใช้เดินทางได้บนเกาะนี้ หรือถ้าขับไม่เป็นก็ใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซด์ก็ได้นะ จุดดำน้ำลึกของที่นี่จะอยู่ที่หัวเกาะ ส่วนมากจะพากันมาแถว อ่าวกวางปีป เพราะเป็นจุดที่ไม่ค่อยมีใครรบกวน นักดำน้ำจะได้เห็นปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ที่ระดับความลึกไม่เกิน 15 เมตร แต่ถ้าใครที่อยากเห็นความสมบูรณ์ของปะการัง ดอกไม้ทะเล ฝูงปลา และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอื่นๆ ก็จะต้องออกไปในระดับความลึก 10-20 เมตร ห่างจากเกาะไปทางด้านหลังของหาดกวางปีป หรือถ้าแค่อยากเดินเล่นบนหาด ก็มีสะพานไม้สวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันอีกด้วย หลังจากนั้น เราก็ตะเวนเที่ยวมาต่อ ที่อ่าวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นกันก็คือ อ่าวใหญ่ ที่นี่มีหาดทรายขาวที่กว้าง และสวยงามมากๆ ตลอดแนวชายหาดยังมีบาร์ บังกะโล ที่พักราคาประหยัดให้เลือกมากมาย บอกเลยว่า ใครที่ชอบความคึกคักต้องไม่พลาดมาที่อ่าวนี้ค่ะ อีกที่ที่ไม่ควรพลาดคือ อ่าวเขาควาย ที่ตั้งชื่อตามลักษณะของหาดทรายที่โอบโค้งเข้าหากันคล้ายเขาควาย กลายเป็นเวิ้งทะเลที่สวยงามมาก ยิ่งช่วงน้ำลงจะสามารถเดินลงไปได้ไกลถึงกลางทะเลสุดลูกหูลูกตา ชายหาดมีเม็ดทรายขาวละเอียด และราบเรียบเหมาะแก่การเล่นน้ำ พายเรือแคนู ด้านซ้ายของหาดจะมีป่าชายเลนน้ำตื้นที่มีสภาพป่าสมบูรณ์มาก และที่อ่าวเขาควายจะมีที่พักอยู่ตลอดแนวชายหาด มีความเงียบสงบมากๆ เหมาะมากถ้ากำลังหาที่พักผ่อนหย่อนใจแบบไม่มีสิ่งรบกวนค่ะ อ่าวน่าสนใจอื่นๆ ของเกาะพยาม ยังมี อ่าวไผ่ ซึ่งอยู่ด้านเหนือสุด ถัดมาเป็น อ่าวหินขาว ลงมาอีกหน่อยเป็น อ่าวแม่หม้าย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์กลางทะเล วัดเกาะพยาม อีกด้วย ต้องบอกว่า โบสถ์ตั้งอยู่กลางทะเลนี้ สามารถไปได้ง่ายๆ โดยการเดินจากท่าเรือไปเลยก็ได้ค่ะ แต่พอดีเราอยากรอให้เย็นกว่านี้ก่อนเลยมาเที่ยวที่นี่หลังสุด เลยได้แสงสวยๆ แบบนี้นั่นเอง

เนินนางพญา ถนนเลียบทะเล สวยเหมือนเมืองนอก

วันนี้พามารู้จักกับถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งใน Dream destinations กาลครั้งหนึ่ง…ต้องไป ของประเทศไทย นั่นก็คือ เนินนางพญา ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ค่ะ เป็นถนนเลียบทะเลเมืองจันทบุรีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตั้งแต่ชายทะเลด้านเหนือสุดไปยังชายทะเลด้านใต้สุดของจังหวัดจันทบุรีค่ะ ซึ่งขอบอกว่าสวยเหมือนกับเมืองนอกทีเดียว

แอ่วเชียงใหม่ ไหว้พระ วัดอุโมงค์

นอกจาก เชียงใหม่ จะมีที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมากๆ แล้ว ที่นี่ยังมีวัดวาอารามสวยงาม และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนอีกด้วยค่ะ วันนี้ตามเราไปแอ่ว วัดอุโมงค์ โบราณสถานที่มีความเก่าแก่ อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มากว่า 700 ปีเลยทีเดียว วัดอุโมงค์หรือสวนพุทธธรรม ตั้งอยู่ที่ ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ค่ะ ที่นี่สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวๆ ปี พ.ศ.1839 ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ก็ราวๆ 700 กว่าปีแล้ว ต่อมาพญากือนา ทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นที่นี่เพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐานค่ะ กำแพงภายในจึงเป็นหลายช่องทางเดินทะลุกันได้ รวมถึงยังมีภาพวาดจิตรกรรมผาผนังที่มีความเก่าแก่อยู่ภายในอุโมงค์อีกด้วย นักท่องเที่ยวจึงมักมาเดินชมความสวยงามภายในอุโมงค์ของที่วัด ที่ด้านบนของอุโมงค์นั้นจะเป็นที่ประดิษฐานของ เจดีย์ 700 ปีศิลปกรรมล้านนา ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ค่ะ บริเวณโดยรอบมีความสวยงามด้วยต้นไม้ แมกไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่มอสสีเขียวชอุ่มจะขึ้นปกคลุมบริเวณรอบๆ ตัววัด เจดีย์ และด้านหน้าของอุโมงค์ ทำให้ที่นี่สวยงามมากๆ นักท่องเที่ยวจะนิยมมาถ่ายรูปสวยๆ เก็บไปเป็นที่ระลึกตรงด้านหน้าของอุโมงค์อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้วัดอุโมงค์ ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ ซึ่งแบ่งเป็นหลายส่วนด้วยกัน คือ เสาหินอโศกจำลอง, หลักศิลาจารึก, บันไดขึ้นไปเจดีย์, เศียรพญานาค, รูปพระโพธิสัตว์, พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง, โรงภาพปริศนาธรรม, หอสมุดธรรมโฆษณ์, พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ และ สำนักงานสวนพุทธธรรม อีกด้วย เที่ยวเชียงใหม่ครั้งหน้า อย่าลืมแวะสักการะ ทำสมาธิ และเที่ยวชมความสวยงาม และร่มรื่น ที่ วัดอุโมงค์ กันนะคะ รับรองว่าคุณจะได้จิตใจที่สงบกลับมาอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) เชียงใหม่ 135 หมู่ 10 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.08-5033-3809 หรือ ททท.เชียงใหม่ 0-5324-8604, 0-5324-8607

จันทบุรี เที่ยวเมืองรอง มาจันท์ทั้งที เที่ยวไหนดีนะ

เคยมา จันทบุรี กันหรือยัง หลายคนต้องบอกว่าเคยมาแล้วแน่นอน …เคยไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวสวนผลไม้ นั่นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น และเราอยากบอกว่า เที่ยวเมืองรอง จันทบุรี มีที่เที่ยวสวยๆ อีกมากมาย สามารถวางแผนมมาเที่ยวได้ทั้งปี ทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก ชุมชนน่าเที่ยว วัดดัง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีให้คุณได้เลือกมาสนุกครบทุกรสชาติเลยล่ะ ที่สำคัญการเดินทางก็สะดวกสบายสุดๆ ถ้าวันหยุดนี้ยังนึกไม่ออกว่าไป จันทบุรี ไปเที่ยวที่ไหนดี เรามีคำตอบเจ๋งๆ มาแนะนำเพื่อนๆ ค่ะ ตามไปเที่ยวด้วยกันเลย… 1. ชุมชนริมน้ำจันทบูร จันทบุรี ชุมชน 3 ศาสนาและย่าน การค้าเก่าแก่อายุหลายร้อยปีทีบ้านเรือนส่วนใหญ่ยังคงความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม ภายในชุมชน มีบ้านเก่า กิจการร้านค้า ร้านขายของ ที่พัก ร้านขนมทั้งสมัยเก่าและสมัยใหม่ ได้รับรางวัล Asia-Pacific Heritage Award จาก UNESCO ที่ตั้ง : ถ.สุขาภิบาล ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี

เสน่ห์แห่งความคลาสสิค ที่ หัวหิน

หัวหิน เมืองชายทะเล สุดคลาสสิคตั้งแต่รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณย่า จนถึงตอนนี้ หัวหิน ก็ยังเป็นเมืองน่ารักริมทะเลที่หลายๆ คนไปใช้ชีวิตพักผ่อนกันในวันหยุดเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนค่ะ ตามเรามาชิลกับ 12 ที่เที่ยว หัวหิน ชิล ชิค เสน่ห์แห่งความคลาสสิค ได้เลย สถานีรถไฟหัวหิน มุมสวยสุดคลาสสิค และน่าประทับใจ ของนักท่องเที่ยวที่ได้มาหัวหินค่ะ สถานีรถไฟหัวหิน เป็นอาคารสถานีครึ่งตึกครึ่งไม้แบบดั้งเดิม โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรีย งดงามด้วยลวดลายไม้ฉลุ เป็นรูปแบบอาคารในสมัยอดีตที่มีให้เห็นมาถึงทุกวันนี้ ไฮไลท์ : แวะไปถ่ายรูป กดชัตเตอร์รัวๆ ได้บรรยากาศความคลาสสิค ================== ชายหาดหัวหิน ทะเลใกล้กรุงเทพฯ แค่ขับรถมาไม่ถึง 3 ชม. ชายหาดหัวหิน ก็อยู่ตรงหน้าแล้วค่ะ ใครจะมาย้ำผืนทรายนุ่มๆ ให้สบายเท้า เดินเลาะเรียบหาดสบายอารมณ์ เป็นวันพักผ่อนที่ดีอีกวันหนึ่ง ไฮไลท์ : ลองไปขี่ม้าเดินเลียบหาด ได้บรรยากาศหัวหินแบบคลาสสิค ================== ตลาดฉัตรศิลา และตลาดโต้รุ่ง แหล่งรวมชีวิตชีวาของ หัวหิน ในช่วงกลางคืน ร้านค้นนับร้อยเปิดเรียงตัวกันท่ามกลางทางเดินแคบๆ จากตลาดโต้รุ่งเดินต่อไปเชื่อมกับตลาดฉัตรศิลาได้ มีทั้งของกิน ร้านอาหาร ของที่ระลึดหลากหลายแบบ ไฮไลท์ : อย่าทานข้าวเย็นมาเยอะ เพราะ อาหารทะเลต่างๆ ไอศกรีม โรตี ข้าวโพดปิ้ง และอีกมากมายมีตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย เพราะฉะนั้น เดินไปกินไป ชิลล์ได้ทั้งคืน =========================== เพลินวาน เพลินวาน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแบบย้อนอดีต รวบรวมเอาร้านค้าโชว์ห่วย พิพิธภัณฑ์ของเก่า อาคารทรงโบราณ ที่เมื่อเห็นแล้วต้องอมยิ้มแน่ๆ ร้านรวงด้านใน ยังมีมุมย้อนยุคสวยๆ ให้เก็บภาพกันเต็มที่อีกด้วย ไฮไลท์ : ใส่ชุดสวยๆ ยุคปริศนา ไปถ่ายรูปกันที่เพลินวานก็เพลินๆ ดี

ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่ ภูทอก

นอกจากในตัวเมือง เชียงคาน ริมแม่น้ำโขง ที่เราเคยพาไปเดินเล่นกันมาแล้ว (คลิกอ่าน ชิลล์ เที่ยวเชียงคาน…เมืองโบราณริมน้ำโขง) ตอนเช้าๆ ของที่นี่ยังมีอีกจุดท่องเที่ยวหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยอีกแห่งก็คือ ภูทอก ค่ะ ตรงจุดนี้เราได้จะได้ชมความสวยงามของทะเลหมอก ที่หนาแน่นมากๆ พร้อมเดินชิลล์หาของอร่อยชิมกันในตลาดเช้า เกริ่นมาซะขนาดนี้ ต้องไปเที่ยวแล้วล่ะ การขึ้นไปชมทะเลหมอก ที่ ภูทอก ต้องขึ้นในช่วงเวลาประมาณ ตีห้าครึ่ง ได้ถึงราวๆ แปดโมง ค่ะ เป็นช่วงที่ยังมีทะเลหมอกอยู่ แต่ใครที่ไปสายกว่านั้นก็จะได้ชมวิวสวยๆ แทน สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถขับรถไปได้จนถึงด้านล่างของภู จะมีจุดบริการจอดรถไว้ให้ และนั่งรถกระบะของชาวบ้านขึ้นไปต่อ ค่าบริการอยู่ที่คนละ 25 บาท รถจะรอคนจนเต็มประมาณ 10 คน แล้วถึงขับขึ้นไปด้านบนภูค่ะ ใครที่ไม่ได้เอารถมาเอง ก็สามารถนั่งรถสกายแลปเช่าเหมาคันไปที่ด้านล่างของภูได้เช่นกัน ราคาแล้วแต่ตกลงค่ะ เอาล่ะ พอได้ซื้อตั๋วมาแล้ว 25 บาท ก็ขึ้นรถได้ เตรียมขึ้นภู ไม่ถึง 5 นาที คนมาก็เต็มคันรถ ระหว่างทางค่อนข้างคดเคี้ยวพอสมควร แถมชันมากๆ ด้วย เกาะกันให้แน่นๆ ไว้หน่อยนะคะ แป๊ปเดียวไม่ถึง 10 นาที เราก็มาถึงด้านบนของภูทอกกันเป็นที่เรียบร้อย จากจุดนี้ เราจะเห็นทะเลหมอกปกคลุมหนาแน่นมากๆ ทั่วบริเวณรอบๆ ภูเขาสูง เป็นภาพที่สวยงามมากค่ะ มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก และมีชิงช้าห้อยไว้ให้ได้นั่งเล่นชมทะเลหมอกยามเช้าอีกด้วย สักพักแสงอาทิตย์ก็ลอดทะลุทะเลหมอกขึ้นมา สวยขึ้นไปอีก หลังจากฟินกันพอสมควร ก็ได้เวลากลับกันแล้ว พร้อมๆ กับทะเลหมอกที่หายไป แต่ก็ยังได้เห็นวิวสวยๆ ของเมืองเชียงคานแทนค่ะ เราเข้าแถวรอขึ้นรถกลับลงมาที่ด้านล่างเหมือนเดิม พอคนเต็มรถ รถก็ออกแล่นลงเขามาเรื่อยๆ ยังคงหวาดเสียวเหมือนขาขึ้นมาไม่มีผิด ลงกลับมาถึงด้านล่างของภูทอก จะมีตลาดเช้าขายของเยอะแยะเลยค่ะ ตั้งแต่ของกิน เสื้อกันหนาว ไปจนถึงเหล้าอุ เราเดินมาเรื่อยๆ จนถึง ร้านภูทอกชานชาลา ด้านหน้าร้านมีคนต่อแถวซื้อโรตีภูทอกกันอยู่เพียบเลย ไฮไลท์คือเป็นโรตีภูเขาที่ราดช็อคโกแลตให้ไหลเยิ้มๆ เป็นลาวา น่ากินสุดๆ ค่ะ ถัดมาเป็นร้านบ้านไม้ภูทอก ขายของกินแนวๆ โจ๊ก ชา กาแฟ แถมมีแปะป้ายใหญ่ๆ ว่า ไข่ลวกสูตรโบราณ คือ ไม่พลาดค่ะ เห็นป้ายแล้ว ตรงปรี่เข้าร้านเลย พร้อมได้ ไข่ลวกสูตรโบราณมาเป็นมื้อเช้า พร้อมชามะลิหอมๆ ท่ามกลางอากาศหนาวๆ ฟินและชิลล์ไปอี้กกก การเดินทางไปภูทอก จากตลาดเชียงคาน ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ไปทาง อ.ปากชม ผ่านทางแยกเข้าแก่งคุดคู้ไปไม่ไกล จะพบทางแยกขวามือ ปากทางมีป้ายภูทอก สามารถจอดรถไว้ที่ด้านล่างของภู และให้ใช้บริการรถชาวบ้านที่ทางอำเภอเชียงคานได้จัดไว้ ค่าโดยสารคนละ 25 บาท

ภูทับเบิก กอดทะเลหมอก

พักปอดกันท่ามกลางภูเขาใหญ่กันบ้างค่ะ เราเลยขอหอบกระเป๋าใบใหญ่มาสวัสดีเหล่ากะหล่ำปลีสีเขียวลูกโตที่ ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ให้หายเหนื่อย พักชาร์จแบตกัน ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีระดับความสูงถึง 1,768 จากระดับน้ำทะเลค่ะ ทำให้ที่นี่ค่อนข้างมีอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี ถ้าคุณเคยมาที่นี่แล้ว จะรู้ว่าที่นี่เต็มไปด้วยแกงค์ผู้มีอิทธิพลสีเขียว นั่นคือ กะหล่ำปลีลูกกลม ที่รายล้อม ปกครองอาณาเขตภูเขาบริเวณนี้ไว้ต่อเนื่องไปหลายต่อหลายลูก ทำให้วิวที่ดีสวยงามมากเลยทีเดียว

เกาะสวรรค์อ่าวไทย เกาะเสม็ด

ซัมเมอร์นี้ หนีไม่พ้นไปเที่ยวตกอากาศคลายร้อนกันที่ทะเลค่ะ ไปเสม็ดคราวนี้ ขอบอกว่าต้องเสร็จฟ้าสีคราม น้ำทะเลใสเช่นเคยเหมือนที่ผ่านๆ มา ไปกี่รอบๆ ก็ฟินกลับมาทุกรอบ สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็น เกาะสรรค์บนฝั่งทะเลอ่าวไทย เลยทีเดียวค่ะ อย่างนี้อย่ารอช้าอยู่เลย ตามเรามาทัวร์เกาะเสม็ดกันดีกว่า เกาะเสม็ด หรือเกาะแก้วพิสดารในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่นั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของจังหวัดระยองที่ได้รับ ความนิยมทั้งจากชาวไทย และต่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเพ อำเภอเมือง จ.ระยอง ค่ะ เพราะฉะนั้นวิธีการเดินทางไปเกาะเสม็ดนั้น เราต้องไปข้ามเรือที่ท่าเรือบ้านเพ ของจังหวัดระยองนั่นเอง สำหรับเรือที่จะข้ามไปเกาะเสม็ดได้นั้นก็จะมีทั้ง เรือขนส่งผู้โดยสารทั่วไป ราคาสำหรับเที่ยวไป และกลับ ก็จะประมาณนี้ค่ะ ท่าเรือหน้าด่าน หรือ หาดทรายแก้ว ระยะเวลาเดินทาง 30 นาที ราคา 100 บาท อ่าววงเดือน ระยะเวลาเดินทาง 40 นาที ราคา 120 บาท อ่าวน้อยหน่า ระยะเวลาเดินทาง 30 นาที ราคา 120 บาท อ่าวพร้าว ระยะเวลาเดินทาง 40 นาที ราคา 120 บาท อ่าวหวาย ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. ราคา 200 บาท และ อ่าวกิ่ว หรือ อ่าวกะรัง ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. 10 นาที ราคา 200 บาท แต่ถ้าใครอยากไปถึงเกาะเสม็ดแบบรวดเร็ว ไม่ต้องนั่งรอเรือมา ไม่อยากเบียดเสียดกับใคร ก็สามารถไปเกาะเสม็ดได้ด้วยสปีดโบ้ทค่ะ ราคาต่อคนต่อเที่ยวอยู่ที่ 250-300 บาท สำหรับการเดินทางบนเกาะเสม็ดนั้น วิธีที่สะดวกสบายก็มีรถสองแถวไว้บริการค่ะ จะไปหาดไหนก็บอกเขาได้เลย ราคาเหมาประมาณ 250-300 บาท แล้วแต่ระยะใกล้ไกลของหาดและความเก่งในการต่อรอง (ฮ่าๆ) ถ้าอยากลุยก็เช่ารถมอเตอร์ไซค์ตะลุยรอบเกาะเสม็ดกันได้เลย ราคาเช่าประมาณ 300 บาทต่อวันค่ะ บนเกาะเสม็ดมีหลายหาดด้วยกัน คือ หาดทรายแก้ว อ่าวไผ่ อ่าวพุทรา-อ่าวทับทิม อ่าวนวล อ่าวช่อ อ่าววงเดือน อ่าวแสงเทียน อ่าวลุงดำ อ่าวหวาย อ่าวกิ่ว อ่าวกะรัง อ่าวพร้าว อ่าวขาม อ่าวน้อยหน่า และอ่าวลูกโยน ใครชอบบรรยากาศคึกคักหน่อยก็ไปลั้ลล้าที่หาดทรายแก้ว อ่าวไผ่ ได้เลย แต่ถ้าใครชอบบรรยากาศความเป็นส่วนตัวเล็กๆ ฟีลเงียบสงบหน่อย หรือไปเที่ยวกับครอบครัว อ่าววงเดือน และอ่าวน้อยหน่าก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ สำหรับวิวดีๆ บนเกาะเสม็ดก็จะอยู่ที่อ่าวพร้าว เพราะเป็นหาดเดียวของเกาะเสม็ดที่อยู่ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งทำให้สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้ที่หน้าหาดเลยทีเดียว สำหรับที่พักต่างๆ บนเกาะเสม็ดนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ และหลายราคาแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลเลยค่ะ กิจกรรมดีๆ บนเกาะเสม็ดนอกจากการเล่นน้ำทะเลใสก็มีหลากหลายค่ะ ขาลุยหน่อยก็สามารถหามอเตอร์ไซต์ หรือ รถ ATV ขับลุยรอบเกาะได้ ใครชอบชิลล์ๆ สบายๆ ก็ลองไปนั่งนวดเท้า นวดน้ำมันบนม้านั่งผ้าใบริมหาด คนชอบอาหารทะเลก็สามารถสั่งอาหารทะเลสดๆ มานั่งลิ้มรสกันได้ที่ม้านั่งผ้าใบ หรือร้านอาหารที่อยู่ริมหาดซึ่งมีหลายร้านมากๆ เลือกตามฟีล ตามบรรยากาศที่ชอบได้เลย สำหรับคนชอบดำน้ำชมปะการัง ก็มีทริปดำน้ำรอบเกาะเสม็ดชมปะการังแบบทั้งเต็มวัน และ ครึ่งวัน แล้วแต่ความอึดของแต่ละคน เลือกได้เลยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการนั่งสปีดโบ้ทออกไปดำน้ำตามอ่าวต่างๆ หรือข้ามไปเกาะทะลุซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกาะเสม็ดค่ะ บริเวณนั้นก็จะมีทั้งปะการัง และปลาเสือที่ว่ายไปมาในน้ำทะเลใสค่ะ สำหรับคนมาแบบชิลล์ อยากนั่งๆ นอนๆ ถ่ายรูปสวยๆ ก็แนะนำให้เหมารถสองแถว หรือเช่ามอเตอร์ไซต์ไปตระเวนถ่ายรูปบรรยากาศของแต่ละอ่าว แต่ะละหาดบนเกาะเสม็ดได้ เพราะแต่ละอ่าวก็จะมีบรรยากาศ และสีสันที่ต่างกันออกไปค่ะ แต่หากเช่ามอเซอร์ไซต์แล้วขอให้ระมัดระวังทางบนเกาะเสม็ดด้วย เพราะทางค่อนข้างลาดชัน ใครขี่มอเตอร์ไซต์ไม่แข็ง แนะนำให้เช่ารถสองแถวของคนพื้นที่ทัวร์รอบเกาะแทนจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยค่ะ การเดินทางไปเกาะเสม็ด รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทาง มอเตอร์เวย์-พัทยา แต่ขับแยกไปทาง ระยอง-แกลง ไม่ต้องเลี้ยวขวาเข้าตัวเมือง ให้ขับไปเรื่อยๆ ผ่านวัดตะพง ขับเลียบชายหาดไปถึงบ้านเพ และไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถค่ะ แถวท่าเรือจะมีบริการรับฝากรถราคาประมาณวันละ 100 บาท ต่อคันค่ะ ปลอดภัยหายห่วง รถโดยสารประจำทาง – เอกมัย ป.1 กรุงเทพ-บ้านเพ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เที่ยวแรก 7.30 ถึงท่าเรือบ้านเพประมาณ 10 โมง – หมอชิต