สูตรมาส์กหน้าด้วยนมแพะ เพื่อผิวสวยใส

สาวๆ ตะวันออกกลางจำนวนไม่น้อย ที่แม้อายุจะมากขึ้น แต่ก็ยังดูอ่อนกว่าวัยอยู่

นั่นก็เพราะว่าคุณสาวๆ เหล่านั้น มีสูตรเด็ดเคล็ดลับในการคงความอ่อนเยาว์เอาไว้ ซึ่งถูกถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

และสูตรเด็ดที่ว่านั้นก็คือ “นมแพะ” นั่นเองค่ะ

นมแพะมีอะไรดี?

นมแพะนั้น อุดมไปด้วยกรดแลคติก

ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่า เพื่อเผยผิวใหม่

และขึ้นชื่อในเรื่องของการทำให้ดูอ่อนเยาว์ ทั้งยังมีกรดไขมันที่จำเป็น

ซึ่งช่วยบำรุงผิวให้สดใส ช่วยต้านและลดการอักเสบของผิวหนัง

นอกจากนี้ ยังมีวิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ

เช่น วิตามินเอ ที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

ช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูผิวเสียจากแสงแดด และช่วยในการป้องกันสิวได้อีกด้วย

การใช้นมแพะกับนมวัว ต่างกันตรงไหน?

คำตอบก็คือ ในนมแพะมีค่า PH ที่เหมาะสมกับผิวของคนเรามากกว่า

จึงทำให้ผิวสามารถรับการซึมซับและการบำรุงจากนมแพะ ได้ง่ายกว่านมวัวนั่นเอง

และสำหรับวิธีการใช้นมแพะในการมาส์กหน้าหรือพอกหน้านั้น

วันนี้ เรามีสูตรแบบทำได้ง่ายๆ มาฝากค่ะ

การมาส์กหน้าด้วยนมแพะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

นมแพะ ปริมาณ 1/3 ถ้วย

แอปเปิ้ลเขียว 1 ผล

วิธีทำมาสก์หน้านมแพะ

นำแอปเปิ้ลไปล้างให้สะอาด และปอกเปลือกออก แล้วทำการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

นำไปใส่เครื่องปั่น โดยปั่นผสมกับนมแพะที่เตรียมไว้ จนเข้ากัน ก็จะได้เป็นส่วนผสมข้นๆ

นำมาพอกหน้าหรือมาส์กหน้า รวมทั้งให้ทาลงไปที่บริเวณคอด้วย

แล้วทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด

จัดการบำรุงผิวด้วยครีมทาหน้าตามขั้นตอนปกติ เพียงแค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

การที่เพิ่มแอปเปิ้ลลงไปด้วยนั้น

เนื่องจากแอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย

ลดรอยด่างดำ และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวให้เพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง

สูตรนี้ สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แม้คนที่มีผิวมันก็ทำได้ ไม่มีปัญหาค่ะ

และสำหรับใครที่ทำออกมาแล้ว

ส่วนผสมที่ออกมาเหลวเกินไป ทำให้แปะหน้าไม่อยู่

อยากหาอะไรทำให้ข้นขึ้น ก็อาจเติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปเล็กน้อยด้วยก็ได้

ส่วนใครที่สงสัยว่า ถ้าไม่มีแอปเปิ้ลเขียว จะแอปเปิ้ลแดงได้มั้ย

คำตอบคือ ได้ค่ะ

คำถามสุดท้ายคือ ถ้าไม่มี “นมแพะ” ล่ะ จะใช้นมวัวแทนได้มั้ย (หาง่ายกว่าเยอะ)

คำตอบก็คือ ได้เช่นกันค่ะ แต่ว่านมแพะจะให้ผลดีกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>