ต่างดาว แอบเช็คฟอร์ม 3 สตาร์

ต่างดาว แอบเช็คฟอร์ม 3 สตาร์ สิงห์ – พิจารณาดึงร่วมทัพซัมเมอร์นี้

มีรายงานว่าบาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา กำลังให้ความสนใจเซ็นสัญญา 3 ผู้เล่นกำลังหลักของ เชลซี มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

โรเบิร์ต เฟร์นานเดซ ผู้อำนวยการกีฬาบาร์เซโลน่า พร้อมกับแมวมองประจำทีม อูร์บาโน่ ออร์เตก้า ได้เดินทางมาชมฟอร์มในเกม ” สิงห์บลู ” ชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, มาร์กอส อลอนโซ่ และเนมานย่า มาติช เป็นเป้าหมายของ ” อาซูลกราน่า ” หลังปรับมาใช้ระบบ 3-4-3 และผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

ในขณะเดียวกันมีการเปิดเผยว่าทั้งคู่ได้เดินทางไปชมฟอร์มของ เฮคเตอร์ เบเยริน แบ็คตัวเก่งของอาร์เซน่อล ในเกมเมื่อวันอังคารด้วยเช่นกัน

เอ็นริเก้ โวลั่น ต่างดาว

เอ็นริเก้ โวลั่น ต่างดาว พลิกสถานการณ์ได้เสมอ

หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือมากความสามารถของบาร์เซโลน่า เปิดเผยว่าทีมของเขาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สามารถพลิกสถานการณ์ หลังเพิ่งไล่ถล่มปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบขาดลอย 6-1

แม้ว่าเกมเลกแรกจะบุกไปพ่ายเปแอสเช 4-0 จนถูกคาดกันว่า ” อาซูลกราน่า ” คงจอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่พวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 6-5

” เป็นค่ำคืนที่งดงาม เราสามารถชนะในเกมที่คิดว่าจะเป็นไปไม่ได้ ตอนที่พวกเขายิงประตูตามมา 3-1 เหมือนกับว่าเกมจบแล้ว ” เอ็นริเก้ กล่าว

” เรามีความสุขมาก เมื่อคุณอยู่ในทีมที่สร้างมาจากแชมเปี้ยนส์ และความแชมป์มาแล้วทั้งหมด ทุกอย่างก็เป็นไปได้ “

ลือ โครสเล็งโยกซบ ผี

ลือ โครส เล็งโยกซบ ผี หาก ราชัน จบซีซั่นด้วยมือเปล่า

มีรายงานว่า โทนี่ โครส มิดฟิลด์ชาวเยอรมันเตรียมพิจารณาย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ หากเรอัล มาดริด ไม่สามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้

โชเซ่ มูรินโญ่ ให้ความสนใจ โครส มานานหลังจากชื่นชอบสไตล์การเล่นเป็นพิเศษ และหวังจะเซ็นสัญญามาร่วมทัพ ” ผีแดง ” ในช่วงซัมเมอร์

ตามรายงานเปิดเผยว่า มูรินโญ่ มั่นใจว่ากองกลางวัย 27 ปีจะช่วยทำให้ ปอล ป็อกบา กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้งเหมือนกับตอนที่ค้าแข้งอยู่กับยูเวนตุส

ในขณะที่ มาดริด ยังมีลุ้นแชมป์ลา ลีกา หลังมีแต้มตามหลังบาร์เซโลน่าเพียงแค่ 1 คะแนน และแข่งน้อยกว่า 1 นัด รวมถึงเพิ่งผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

รานิเอรี่ได้ทีโวกลับมาแล้ว

รานิเอรี่ได้ทีโวจิ้งจอกของจริงกลับมาแล้ว
เคลาดิโอ รานิเอรี่ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้รู้สึกว่าฟอร์มการเล่นอันแท้จริงของพวกเขาได้กลับมาแล้ว หลังเปิดบ้านถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เจมี่ วาร์ดี้ทำแฮตทริคและแอนดี้ คิงบวกเพิ่มอีกเม็ดช่วยให้”เดอะ ฟ็อกซ์”นำก่อน 4-0 แม้”เรือใบสีฟ้า”ได้อเล็กซานดาร์ โคลารอฟกับโนลิโต้ยิงตีตื้น แต่ก็ไม่ทันแล้ว เลยพ่ายไป 4-2 ทำให้เจ้าถิ่นขยับมาอยู่ที่ 14 ของตาราง สร้างความยินดีให้รานิเอรี่

“เกมนี้เลสเตอร์คือของจริง ฟอร์มของเราแข็งแกร่งมาก เราต้องการทำให้ดีที่สุดเพื่อแฟนบอล เพราะพวกเขาให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดี”

“วันนี้เราเล่นได้ฉลาด รู้จักชะลอจังหวะของเกม ทุกคนรู้ดีว่าเราต้องทำอะไร แต่มันสำคัญมากที่เราทำสองประตูได้ตั้งแต่ต้นเกม นี่คือจุดแข็งของเรา เราอาจครองบอลไม่ได้มาก แต่จุดแข็งคือการเล่นได้อย่างรวดเร็วและการแก้ไขปัญหา”

ทูเคิ่ลชูรอยส์หาแข้งเล่นแทนไม่ได้

ทูเคิ่ลชูรอยส์คนสำคัญหาแข้งเล่นแทนไม่ได้

โธมัส ทูเคิ่ลเทรนเนอร์โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ยกย่องมาร์โค รอยส์เพลย์เมคเกอร์จอมพริ้วว่าเป็นผู้เล่นที่หาใครมาแทนไม่ได้ หลังเกมเสมอเอฟซี โคโลญจน์ 1-1

อาร์ตยอมส์ รุดเนฟส์ซัดให้”แพะบ้า”นำก่อน แต่รอยส์มากดประตูให้”เสือเหลือง”ตีเสมอ 1-1 รั้งอันดับ 6 เมื่อผ่านไป 14 นัด

“รอยส์ถือเป็นนักเตะที่ไม่มีใครแทนที่ได้สำหรับเรา”

“เกมนี้สามารถช่วยพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของเขาได้เป็นอย่างดี”

เวนเกอร์เคือง

เวนเกอร์เคืองเปามอบจุดโทษให้ช่างปั้นหม้อเฉย

อาร์แซน เวนเกอร์ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลผิดหวังกับการตัดสินของกรรมการที่มอบจุดโทษให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ดในเกมที่พวกเขาถล่มคู่แข่ง 3-1

“ขุนค้อน”ขึ้นนำก่อน 1-0 จากจุดโทษของชาร์ลี อดัม ภายหลังผู้ตัดสินมองว่ากรานิต ชาก้าไปฟาดศอกใส่ขมับของโจ อัลเลนในจังหวะแย่งบอล แต่เวนเกอร์กลับไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี”ปืนใหญ่”ยังพลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะ 3-1

“เราโชคร้ายมากกับจังหวะที่เสียประตู เพราะในมุมมองของผมแล้ว มันไม่ใช่การทำฟาวล์เลยด้วยซ้ำ แต่เราก็ได้แสดงให้เห็นถึงการมีจิตใจที่แข็งแกร่ง”

“ทุกคนงงมากกับจุดโทษที่เกิดขึ้น ผมยังไม่ได้ดูจังหวะนั้น แต่แน่นอนว่า มันทำให้เราหัวเสียมาก แต่สุดท้ายเราก็ตีเสมอ 1-1 ก่อนพักครึ่ง”

ซาเวจอัดเป๊ปคุมเรือยังไงถูกยิงเละเทะ

อัจฉริยะ ซาเวจอัดเป๊ปคุมเรือยังไงถูกยิงเละเทะ

ร็อบบี้ ซาเวจอดีตกองกลางเลสเตอร์ ซิตี้วิจารณ์เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ว่าจัดระเบียบเกมรับได้ย่ำแย่จนถูก”เดอะ ฟ็อกซ์”ยิงถล่ม 4-2

พร้อมกันนี้ซาเวจยังเชื่อว่าถ้าเป็นโชเซ่ มูรินโญ่มาคุม”เรือใบสีฟ้า”แล้วทำผลงานได้แบบเป๊ปคงถูกถล่มเละเทะไปแล้ว

“ถ้าคนที่คุมแมนฯซิตี้คือมูรินโญ่ ด้วยฟอร์มแบบนั้นเขาคงถูกกระหน่ำเป็นแน่”

“เกมรับน่าประหลาดใจมาก ผมไม่รู้ว่าแมนฯซิตี้เล่นแผนอะไรอยู่ ผู้จัดการทีมควรเป็นอัจฉริยะ แล้วไหนคืออัจฉริยะ? เขาต้องแก้ปัญหาเกมรับก่อน”

เลสเตอร์ ซิตี้ vs แมนฯ ซิตี้

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559

เวลา 00.30 น. ถ่ายทอดสด beIN Spotrs 1

ผลการพบกันล่าสุด

06/02/2016 แมนฯ ซิตี้ 1 – 3 เลสเตอร์ ซิตี้

20/12/2015 เลสเตอร์ 0 – 0 แมนฯ ซิตี้

ความพร้อมและสภาพทีม

เลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก ผลงานในลีกกำลังย่ำแย่หนัก เกมล่าสุดบุกแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-2 ทำให้ 5 นัดหลังสุดไม่ชนะใคร แพ้ถึง 3 นัด เก็บได้เพียง 2 แต้ม หล่นไปอยู่อันดับ 16 ห่างโซนตกชั้นเพียง 2 แต้ม และในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ เปลี่ยนทีมหลายจุด บุกแพ้ ปอร์โต้ 0-5 แต่เป็นเพราะพวกเขาการันตีเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มจีไปก่อนแล้ว

กุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ยังขาด แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ กองกลางติดโทษแบนนัดที่ 3 ซึ่งเป็นนัดสุดท้าย แต่ข่าวดีแบบเซอร์ไพรส์ อาจได้ประตูมือ 1 แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล กลับมาเฝ้าเสา หลังผ่าตัดกระดูกมือแตก และพักมาแค่เดือนเศษๆ

การจัดทัพหาก ชไมเคิ่ล ยังฟิตไม่ทัน ก็จะเรียกมือ 2 รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ ลงเฝ้าเสา หลังให้โอกาส เบน เฮเมอร์ มือ 3 ได้ลงเล่นเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก แผงหลังก็จะให้ แดนนี่ ซิมพ์สัน, โรเบิร์ต ฮูธ และ คริสเตียน ฟุคส์ กลับคืนตัวจริงทั้งหมด แดนกลางใช้ ดาเนียล อมาร์ตีย์ จับคู่ แอนดี้ คิง เหมือนเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ แนวรุกเรียก ริยาด มาห์เรซ, เจมี่ วาร์ดี้ และ อิสลาม สลิมานี่ ลงเล่นทั้งหมด หลังให้พัก ไม่มีชื่อบินไปโปรตุเกส

แมนฯ ซิตี้

ด้าน เรือใบสีฟ้า ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งแพ้มาในเกมใหญ่ ที่พ่ายคาบ้านต่อ เชลซี 1-3 ทำให้ตามหลังจ่าฝูง สิงห์บลูส์ ออกไปเป็น 4 คะแนน กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งปรับทีมเยอะในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เปิดบ้านเสมอ เซลติก 1-1 แต่ก็เข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 2 กลุ่มซีไปก่อนแล้ว

สภาพทีมจะขาด 3 กำลังหลัก เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าเริ่มติดโทษแบน 4 นัด, แฟร์นันดินโญ่ กองกลางเริ่มติดโทษแบน 3 นัด และ นิโกลัส โอตาเมนดี้ กองหลังติดโทษ 1 นัด จากการสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบ เป๊ป หวังว่าจะได้ ราฮีม สเตอร์ลิง ฟิตกลับคืนทีม หลังเจ็บเข่ามาตั้งแต่เกมกับ เบิร์นลี่ย์ ปลายเดือนก่อน ส่วนตัวเจ็บขาดแค่ แว็งซ็องต์ ก็อมปานี กองหลังกัปตันทีมที่เจ็บเอ็นเข่า ต้องพักอีก 6 สัปดาห์

การจัดทัพ ผู้รักษาประตูเรียก เคลาดิโอ บราโว่ กลับมาลงเฝ้าเสา แผงหลังขึ้นอยู่กับ เป๊ป ว่าจะเลือกระบบหลัง 4 หรือ 3 คน แต่ที่แน่ๆ จอห์น สโตนส์ กับ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ จะกลับมาลงสนาม แดนกลาง แฟร์นันโด จะยืนเป็นตัวตัดเกมแทน ผนึกกำลังกับ ยาย่า ตูเร่ ที่ไร้ชื่อลงทะเบียนเกมยุโรป แนวรุก เควิน เดอ บรอยน์ กับ ดาบิด ซิลบา ก็จะกลับมาปลุกปั้นเกมทั้งคู่ โดยมีศูนย์หน้าตัวเป้า เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ ดาวรุ่งที่จะลง 4 นัดต่อจากนี้

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เลสเตอร์ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์), แดนนี่ ซิมพ์สัน, เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์, ริยาด มาห์เรซ, แอนดี้ คิง, ดาเนียล อมาร์ตีย์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, เจมี่ วาร์ดี้, อิสลาม สลิมานี่

แมนฯ ซิตี้ : เคลาดิโอ บราโว่, บาการี่ ซานญ่า, จอห์น สโตนส์, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, กาแอล กลิชี่, แฟร์นันโด, ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิง, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, เคเลชี่ อีเฮียนาโช่

ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ความน่าจะเป็นของเกม

แชมป์เก่าตกที่นั่งลำบากหลังไม่ชนะมาหลายนัดจนตกลงไอยู่ในโซนอันตราย นัดนี้ต้องมาเจอศึกหนักอย่างเรือใบสีฟ้าที่เพิ่งแพ้คาบ้านจากนัดที่แล้ว และยังต้องขาดตัวหลักจากโทษแบน ทำให้นัดนี้จิ้งจอกสยามที่เล่นในบ้านมีโอกาสแบ่งแต้มได้

ผลที่คาด : เสมอ 2 – 2

แมตช์พรีวิวอาร์เซนอล vs สโต๊ค ซิตี้

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559

เวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสด beIN Sports 1

ผลการพบกันล่าสุด

18/01/2016 สโต๊ค ซิตี้ 0 – 0 อาร์เซนอล

12/09/2015 อาร์เซนอล 2 – 0 สโต๊ค ซิตี้

ความพร้อมและสภาพทีม

อาร์เซนอล
อาร์เซน่อลกลับมายิงแหลกใน 2 นัดหลัง ตั้งแต่เกมลีกที่บุกถล่มเวสต์แฮม 5-1 จากแฮตทริกของ อเล็กซิส ซานเชซ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บุกอัด บาเซิ่ล 4-1 จากแฮตทริกของ ลูกัส เปเรซ
ทำให้สถานการณ์ในลีกปืนใหญ่ขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูง ตามเชลซี 3 คะแนน ส่วนถ้วยยุโรปก็แซง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จบอันดับ 1 กลุ่ม เอ ได้สำเร็จ
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเดอะ กันเนอร์ส เผยว่าไม่มีใครบาดเจ็บเพิ่มจากเกมที่สวิตเซอร์แลนด์ และจะได้ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง กองกลางตัวรับที่ติดโทษแบนเกมยุโรป กลับคืนทีมด้วย
ข่าวดีจากเกมที่บาเซิ่ลคือการได้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าร่างใหญ่ฟิตกลับมาลงสำรอง 20 นาทีสุดท้าย ตัวที่บาดเจ็บอยู่ เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวากลับมาซ้อมแล้ว มีลุ้นกลับคืนทีม หากผ่านการทดสอบความฟิต ขณะที่ แดนนี่ เวลเบ็ค กับ แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ ก็ใกล้กลับมาซ้อมในอีกไม่กี่สัปดาห์ ส่วน ซานติ กาซอร์ล่า ที่ผ่าตัดข้อเท้า เป็นไปด้วยดี แต่ก็ต้องพักยาวร่วมกับ มาติเยอ เดอบูชี่
การจัดทัพจะเรียก ปีเตอร์ เช็ก กลับมาเฝ้าเสา หลังให้มือ 2 ดาวิด ออสปิน่า ลงเล่นในเกมยุโรป แผงหลังจะเรียก ชโคดราน มุสตาฟี่ เซนเตอร์ฮาล์ฟ กับ นาโช่ มอนเรอัล แบ็กซ้าย กลับมาเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับตรงกลางสนามที่ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง จะกลับมาเป็นตัวตัดเกม แนวรุก อเล็กซิส ซานเชซ กับ เมซุต โอซิล ยังเป็นตัวหลักอย่างไม่ต้องสงสัย และอาจเรียก ธีโอ วัลค็อตต์ กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน คืนตัวจริงทั้งคู่ แต่ก็มีโอกาสไม่น้อยที่ ลูกัส เปเรซ อาจได้ลงเล่นต่อ หลังเพิ่งระเบิดฟอร์มเก่งมา

สโต๊ค ซิตี้
เดอะ พ็อตเตอร์ส ของกุนซือมาร์ค ฮิวจ์ส ผลงานกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง หลังคว้าชัย 2 นัดติดแบบคลีนชีต ตั้งแต่บุกชนะวัตฟอร์ด 1-0 ต่อด้วยเปิดบ้านเชือดเบิร์นลี่ย์ 2-0
ทำให้ผลงาน 9 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกช่างปั้นหม้อแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้น ที่เหลือ ชนะ 5 เสมอ 3
สภาพทีมต้องรอทดสอบความฟิต บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ กองหลังดัตช์ที่บาดเจ็บกระดูกโหนกแก้มจากเกมกับ เบิร์นลี่ย์ แต่คาดว่าน่าจะพร้อมลงเล่น อีกคนคือ ไรอัน ชอว์ครอสส์ เซนเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีม ที่มีปัญหาที่น่องอยู่ก่อน พลาดลงเล่นมาแล้ว 2 นัด และแนวรุก มาร์โค อาร์เนาโตวิช ก็ฟิตลงสมบูรณ์พร้อมลงบู๊เกมใหญ่ หลังบาดเจ็บเล็กน้อยจากนัดก่อน
ข่าวร้ายคือ แจ็ค บัตแลนด์ ประตูมือ 1 ที่กระดูกข้อเท้าแตกพักยาวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม (ซีซั่นก่อน) ล่าสุดกลับมาลงเฝ้าเสาให้ทีมยู-23 แต่มีปัญหาบาดเจ็บตั้งแต่ตอนวอร์มอัพ ซึ่งต้องรอผลการตรวจ (เอ็มอาร์ไอ สแกน)
การจัดทัพ ผู้รักษาประตู ลี แกรนท์ เฝ้าเสา แผงหลังอาจต้องยึดชุดเดิมต่อ เกล็น จอห์นสัน, บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้, มาร์ก มูเนียซ่า และ เอริค ปีเตอร์ส แดนกลางส่ง จานเนลลี่ อิมบูล่า ผนึกกับ ชาร์ลี อดัม ต่อ แนวรุก มาร์โค อาร์เนาโตวิช พร้อมลงประสานงาน เซอร์ดาน ชากิรี่, มาเม่ บิราม ดิยุฟ และหน้าเป้า จอน วอลเตอร์ส น่าจะเบียด วิลฟรีด โบนี่ หลุดไปนั่งสำรองต่อ

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซน่อล : ปีเตอร์ เช็ก, เอ็คตอร์ เบเยริน, ชโคดราน มุสตาฟี่, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟร็องซิส โกเกแล็ง, กรานิต ชาก้า, ธีโอ วัลค็อตต์, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, อเล็กซิส ซานเชซ

สโต๊ค : ลี แกรนท์, เกล็น จอห์นสัน, บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้, มาร์ก มูเนียซ่า, เอริค ปีเตอร์ส, จานเนลลี่ อิมบูล่า, ชาร์ลี อดัม, มาเม่ บิราม ดิยุฟ, เซอร์ดาน ชาคิรี่, มาร์โก อาร์เนาโตวิช, จอน วอลเตอร์ส

ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน

ความน่าจะเป็นของเกม

เดอะ กันเนอร์ส เกมรุกกำลังจัดจ้านเข้าฝัก และการเล่นในบ้านก็ยิ่งเหนือกว่า แถมตัวหลักพร้อมช่วยทีมกันหมด ส่วน ช่างปั้นหม้อ ช่วงหลังดีขึ้นเป็นลำดับ แต่เทียบตำแหน่งต่อตำแหน่งแล้วเป็นรอง ฉะนั้นดูแล้วต้านยาก

ผลที่คาด : อาร์เซนอล ชนะ 3 – 1

โอซาซูนา 0-3 บาร์เซโลนา

เมสซี เบิ้ล ยานแม่รัวครึ่งหลังบุกทุบ โอซาซูนา 3 – 0

หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี สองดาวยิงประจำค่าย บาร์เซโลนา ช่วยกันพังประตูพา “เจ้าบุญทุ่ม” เก็บชัยเหนือ โอซาซูนา 3-0 ศึก ลา ลีกา สเปน ค่ำคืนวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา หยุดสถิติฝืดเสมอ 3 นัดติดก่อนหน้าได้สำเร็จ

ลา ลีกา สเปน
โอซาซูนา 0-3 บาร์เซโลนา

ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คู่แรกของวัน โอซาซูนา บ๊วยของตาราง มี 7 แต้ม เปิด เอสตาดิโอ เอล ซาดาร์ เจอกับ บาร์เซโลนา รองจ่าฝูงมี 28 แต้ม เกมนี้เจ้าบ้านจัด เซร์คิโอ เลออน กับ โอริโอล ริเอรา เป็นทัพหน้า ส่วน “เจ้าบุญทุ่ม” จัด 2 ประสาน ลิโอเนล เมสซี, หลุยส์ ซัวเรซ และ อาร์ดา ตูราน ยืนตำแหน่งของ เนย์มาร์ ที่ยังเจ็บ

ครึ่งแรกเปิดฉาก บาร์ซา เริ่มต้นอย่างดุเดือด นาที 8 ลิโอเนล เมสซี แทงทะลุมาให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดไปยิงหนีผู้รักษาประตูแต่หลุดเสาไกล ต่อมา นาที 12 ทีมเยือนมาอีก ฆอร์ดี อัลบา โยนเข้ามาให้ หลุยส์ ซัวเรซ จับได้แล้วหวดทันทีแต่บอลดันชนเสาไกลเสียอีก

นาที 15 เกมยังเป็นของเจ้าบุญทุ่ม หลุยส์ ซัวเรซ พาบอลเข้าเขตโทษแล้วป้ายให้ ลิโอเนล เมสซี วิ่งมาแต่ยิงติด เนาเซต เปเรซ ด้าน นาที 25 หลุยส์ ซัวเรซ ผ่านให้ ลิโอเนล เมสซี หลุดเข้ามาแล้วชิปบอลแต่ เนาเซต เปเรซ ปัดทิ้งออกหลังแบบปลายมือ

บาร์ซา บุกแหลกแต่ก็ยังกระซวกตาข่ายไม่ได้ นาที 37 อันเดรียส อิเนียสตา หวดด้วยซ้ายจากลูกตั้งเตะ แต่ก็ไม่เข้าอีก สุดท้ายจบครึ่งแรกโดยไม่มีประตูเกิดขึ้น เสมอ 0-0

ครึ่งหลังเกมยังคงเป็นฝั่ง บาร์ซา และ นาที 59 ก็ยิงนำได้สักที ฆอร์ดี อัลบา แปยัดเข้ากลางให้ หลุยส์ ซัวเรซ กระทุ้งเดี่ยวๆแบบไม่ล้ำหน้า 1-0ถัดมา นาที 72 ประตูที่สองก็ตามมา ฆอร์ดี อัลบา พาบอลมาสุดเส้นหลังแล้วตบให้ ลิโอเนล เมสซี ตวัดย้อยตุงตาข่าย 2-0

นาที 77 โอซาซูนา ขอตีไข่แตก เซร์คิโอ เลออน ลากตัดเข้าซ้ายแล้วซัดเต็มข้อแต่เข้ามือ มาร์ค อังเดร สเตเกน สุดท้าย นาที 91 ทีมเยือนมาได้ลูกตอกฝาโลง ลิโอเนล เมสซี โชว์เหนือชั้นหลอกพาบอลเข้าเขตโทษแล้วยิงเล่นทางเข้า 3-0 จบเกม “เจ้าบุญทุ่ม” กลับมาคว้าชัยอีกครั้งหลังเสมอในลีกมา 3 นัดติด เก็บเพิ่มเป็น 31 แต้ม ไล่ตาม รีล มาดริด จ่าฝูงคู่แค้น 3 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
โอซาซูนา – เนาเซต เปเรซ, อิบาน มาร์เกวซ, มิเกล ฟลาโน, คาร์ลอส เคลิร์ค, โอเยียร์ ซอน, โรเบร์โต ตอร์เรส, โกรัน เคาซิค, อเล็กซ์ เบเรนเกอร์, มิเกล เดอ ลาส คูเอวาส, โอริโอล ริเอรา, เซรคิโอ ลีโอนาร์โด
บาร์เซโลนา – มาร์ค อังเดร สเตเกน, ซามูเอล อุมติตี, เคราร์ด ปิเก, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์จี โรแบร์โต, เซร์คิโอ บุสเกสต์, อันเดรียส อิเนียสตา, อังเดร โกเมส, หลุยส์ ซัวเรซ, อาร์ดา ตูราน, ลิโอเนล เมสซี